
ศึกชิงเก้าอี้นายก ทน.สงขลาเข้ม 2ทีมรุกปรับแผน-รับมือโค้งสุดท้าย
สงขลา-เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา เริ่มเข้มข้นหลัง "อุทิศ" ขึ้นป้าย กกต.รับรองผลเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลาแล้ว ส่งผลให้ทั้ง 2 ทีมรุกปรับแผนป้ายหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายใหม่ ระหว่าง 2 ทีม ไม่เน้นนโยบายเกรงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
บรรยากาศการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา ใกล้โค้งสุดท้ายเข้มข้นและคึกคัก หลังจากที่นายอุทิศ ชูช่วย ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ที่ผ่านการเลือกตั้งชนิดพลิกโผได้ขึ้นป้าย “ขอแสดงความยินดีกับนายอุทิศ ชูช่วย ที่ กกต.รับรองให้ทำงานแล้ว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2552” ติดเต็มเขตเทศบาลนคร และบริเวณที่มีป้ายของนายกิตติ ชูช่วย ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา ทีมสงขลาพัฒนา หมายเลข 2 และทำป้ายหาเสียงโดยเน้นคำว่า “เชื่อมั่น” ทีมบริหารมืออาชีพพร้อมนโยบายติดตามเสาไฟฟ้าแทนป้ายหาเสียงหมายเลข 2 ของนายอุทิศ ชูช่วย พี่ชายที่ผ่านศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ไปเรียบร้อยแล้ว
การขึ้นป้ายของนายอุทิศ ชูช่วย จุดนี้ส่งผลให้ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา นายพีระ ตันติเศรณี ทีมสงขลาใหม่ หมายเลข 1 ต้องปรับแผนป้ายหาเสียงรับมือช่วงโค้งสุดท้ายใหม่ออกมาอีก 3 ชุด คือ “หยุด! สืบทอดอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อน” “วางใจ ขอโอกาส” และ “ซื่อสัตย์ มืออาชีพ”
โดยเฉพาะป้าย “หยุด! สืบทอดอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อน” ติดประกบป้ายนายอุทิศ ชูช่วยและนายกิตติ ชูช่วย สองพี่น้องตระกูล “ชูช่วย” ที่สำคัญยังไปติดบริเวณเสาไฟฟ้าหน้าบ้านของนายกิตติ ชูช่วย หมายเลข 2 และติดทั่วเขตเทศบาลนคร ซึ่งขณะนี้เสาไฟฟ้าในเขตเทศบาลนครเกือบทุกเสาเต็มไปด้วยป้ายหาเสียงของทั้ง 2 ทีม โดยไม่มีใครกล้าปลดลง เพื่อให้สมกับคำขวัญของเมืองสงขลาที่ว่า “สงขลา เมืองน่าอยู่ เมืองน่าเที่ยว”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาและสมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา 3 เขตที่ว่าง ชุมชนในเขตเทศบาลนครสงขลาทั้ง 33 ชุมชนมีเงินสะพัดหลายสิบล้านบาท เพราะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนเขตเทศบาลนครสงขลา มีการใช้เงินซื้อเสียงหัวละ 500 บาทเป็นอย่างต่ำ โดยจ่ายกันเป็นรายหัว ตามรายชื่อที่เทศบาลนครสงขลาแจ้งไปตามบ้านของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าในบ้านนี้มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกี่คน คาดว่าเมื่อใกล้ถึงวันเลือกตั้งช่วงคืนหมาหอนค่าหัวต่อคนต่อเสียงจะสูงถึง 1,000 บาท



