
ชำแหละอุปสรรคการพัฒนา อปท. ต้องคิดนอกกรอบ-เร่งปฏิรูปท้องถิ่น
การปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ "กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น" ของรัฐธรรมนูญปี 2540 แม้จะมีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจในหลายประเด็น แต่ก็มีปัญหาอุปสรรคที่ต้องเร่งสะสางอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
โดยในวงเสวนาที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กทม. เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาท้องถิ่น ที่มีทั้งนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการในมหาวิทยาลัย มีประเด็นที่น่าขบคิดไม่น้อยเลยทีเดียว
นายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า ปัญหาอุปสรรคการพัฒนาท้องถิ่น คือ โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง และการไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน
โดยเฉพาะปัญหาที่ อบต. และเทศบาล ไม่ยอมรับ อบจ. ดังนั้น จึงควรปรับโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสียใหม่ โดยให้เหลือเพียงเทศบาล และ อบจ. คือ ยกระดับ อบต. ให้เป็น "เทศบาล" ทั้งหมด
ส่วนกระทรวงมหาดไทย (มท.) ก็ไม่เคยทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ อปท.เลย มีแต่กำกับเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และไม่มีมาตรฐานทำให้เกิดการทุจริตอย่างหลากหลาย การกระจายอำนาจของรัฐไม่จริงจัง และมีกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
อุปสรรคอีกประการในการพัฒนาท้องถิ่น คือ ประชาชนไม่เข้าใจ และไม่สนใจท้องถิ่นของตน และควรมีวิชาบังคับพื้นฐานการปกครองท้องถิ่นด้วย
นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย มองว่า นโยบายกระจายอำนาจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะในยุคพรรคไทยรักไทย ที่สนับสนุนผู้ว่าฯ ให้เป็นผู้ว่าฯ ซีอีโอโดยไม่สนใจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้บริหารท้องถิ่น และรัฐบาลยังมีความคิดแบบแคบ โดยหวัง "ผลประโยชน์เฉพาะตัว" มากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม
นายสมคิด ศิริวัฒนากูล กรรมการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ มองว่า ที่ผ่านมาประชาชนเป็นผู้ถูกกล่าวหาและถูกกระทำมาตลอด โดยมีรัฐเป็นกลไกสั่งการ และไขลาน
ประกอบกับความล้าหลังของกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวกีดกันชาวบ้าน ไม่ใช่ว่าชาวบ้านไม่สนใจท้องถิ่น แต่เป็นเพราะการเมืองที่ชาวบ้านใฝ่ฝันถูกการเมืองใหญ่เข้ามาครอบงำ เพราะฉะนั้นต้องแก้ที่ตัวกฎหมาย
นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า มองว่า อุปสรรคในการพัฒนาท้องถิ่นมีหลายประเด็น ดังนี้
1.คนไทยสนใจกับการเมืองระดับชาติมากเกินไป ส่วนการเมืองท้องถิ่นก็มักจะคิดอยู่แต่กรอบเดิมๆ จึงไม่พัฒนา
2.การกระจายอำนาจของรัฐ เป็นการกระจายอำนาจไม่แท้จริง เพราะรัฐยังเอื้อมมือเข้ามาครอบงำอยู่
3.ความล้มเหลวของตัวแทนประชาชน ซึ่งยังยึดติดอยุ่กับกรอบเดิมๆ จึงควรต้องคิดนอกกรอบมากขึ้น
รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า รัฐละเลยการพัฒนาท้องถิ่นมาตลอด โดยยึดอำนาจไปสู่ส่วนกลางจนกลายเป็นกลไกอำนาจนิยม ส่วนภาคพลเมืองก็มีระบบคิดเดิมๆ จึงไม่มีส่วนร่วมสร้างท้องถิ่น
ฉะนั้น รัฐบาลต้องชูประเด็น "ปฏิรูปท้องถิ่น" และต้องปฏิรูปประชาชนเพื่อสร้าง "พลเมือง" ที่มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง
"พรเพ็ญ หลิมสัมพันธ์"



