
สุดแสบคดีแจ้งจับหลวงตาข่มขืนที่แท้โจ๋ขู่รีดเงิน
โอละพ่อคดีโจ๋พาแฟนสาววัย 15 โร่ขึ้นโรงพักแจ้งจับเจ้าอาวาสวัย 73 ข่มขืนนาน 3 ปี ที่แท้กลายเป็นเรื่องกุข่าว ขู่ขอเงินหลวงตาไม่ให้ ล่าสุดคู่ขาโจ๋พาแฟนสาวเผ่นหนีหายตัวเข้ากลีบเมฆ ไม่ยอมกลับมาให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม ด้านหลวงพ่อยอมอโหสิกรรม ไม่แจ้
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 ต.ค.52 ความคืบหน้าคดี นายบอย (นามสมมุติ) วัย 15 ปี จูงมือแฟนสาว น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) วัย 15 ปี ชาวต.ซับสีทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ขึ้นโรงพัก สภ.เมืองชัยภูมิ เข้าแจ้งกับ พ.ต.ท.ธีรภัทร สมบัติหลาย พนักงานสอบสวนร้อยเวรรับแจ้งเหตุ กล่าวหาหลวงตา พระครู วัย 73 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ในต.ซับสีทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ข่มขืนแฟนสาวภายในวัดดังกล่าว มานานกว่า 3 ปี ระหว่างเรียนหนังสืออยู่ชั้นป.3 จนถึงป.5 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน ต.ซับสีทอง อ.เมืองชัยภูมิ โดยพระครูให้ปากคำว่า เหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเพราะวัยรุ่นทั้งสองคนไม่พอใจที่เคยเขียนจดหมายข่มขู่ขอเงิน 5,000 บาทแล้วไม่ได้ จึงใส่ความให้ได้รับความเสียหายนั้น
ล่าสุด พ.ต.ท.ธีรภัทร กล่าวว่า หลังรับแจ้งได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กและสตรี จ.ชัยภูมิ นักสังคมสงเคราะห์ อัยการจังหวัด นักจิตวิทยา ที่จะต้องมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมในการสอบสวนในคดีนี้ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน แต่ล่าสุดเด็กทั้ง 2 คน ได้มีการหลบหนีออกจากบ้านไปแล้ว และตอนนี้ไม่ทราบว่าหนีไปอยู่ที่ใด เพราะอาจจะเกรงกลัวความผิด โดยเฉพาะแฟนหนุ่มที่จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์แฟนสาววัย 15 ปีด้วย
รวมทั้งกลัวเจ้าอาวาสจะเอาเรื่องแจ้งความกลับในข้อหาขู่กรรโชกทรัพย์เพิ่มอีกคดีคืนด้วย ซึ่งก็ถือว่าหลวงตามีความเมตตาที่จะไม่แจ้งความกลับเอาเรื่องในข้อหากรรโชกทรัพย์กับเด็กทั้ง 2 คนแล้ว และขออโหสิกรรมปล่อยให้เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องกลับมาดูแลบุตรและไปติดตามเด็กมาอบรมสั่งสอนกันเอง เพราะไม่อยากให้เด็กทั้ง 2 คน ต้องพากันหลงทางผิดและเสียอนาคตเลยต่อไป ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากันเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเด็กให้กลับคืนสู่ทางที่ดีต่อไป



