ข่าว

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

07 ต.ค. 2561

ที่ปรึกษาอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ รับเคยได้รับบัตรสนเท่ห์ร้องเรื่องเสียงดัง ด้านเขตฯส่งคนมาวัดระดับเสียงไม่เกินมาตรฐาน รู้ตัวใครร้องแต่ไม่ขอเอ่ยถึง

               จากกรณีที่สำนักงานเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ส่งหนังสือลงวันที่ 2 ต.ค. ถึง เจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 ระบุว่า ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ว่าได้รับความเดือดร้อน กรณีที่วัดไทร ทำการตีระฆัง ส่งเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 น. - 04.00 น. เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยบนคอนโด จนออกหนังสือสั่งให้หยุดใช้เสียงเพื่อป้องกันความเดือดร้อนนั้น ต่อมาพบว่าสำนักงานเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 3 ก.ค. ถึง อิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ ย่านพระราม 3 เรื่องขอความร่วมมือให้ระมัดระวังเรื่องเสียงดังจากการประกอบพิธีทางศาสนา โดยระบุว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการใช้เครื่องขยายเสียง เวลา 04.00 น. จึงสั่งให้ควบคุมการใช้เสียงในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และให้ใช้เสียงในระดับที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดเสียงดัง นั้น

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

 

 

 

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่มัสยิดบางอุทิศ ซอยเจริญกรุง 99 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ นายสมบัติ วงศ์สมัย หรือ ฮัจยีโด่ง อายุ 68 ปี ที่ปรึกษาอิหม่าม มัสยิดบางอุทิศ เปิดเผยว่า มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดเก่าแก่มีอายุมากกว่า 200 ปี ไม่เคยมีชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนการส่งเสียงรบกวนมาก่อน และชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้ก็เข้าใจ และไม่ก้าวก่ายกัน เพราะเรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเครื่องขยายเสียงที่ทางมัสยิดติดเอาไว้ที่หันออกไปด้านนอกมัสยิดมีเพียงตัวเดียวอาจจะเสียงดังบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดังมากเกินไป ทั้งนี้ทางมัสยิดได้รับบัตรสนเท่ห์ที่ไม่ระบุชื่อนามสกุลร้องเรื่องเสียงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยจะมีบัตรสนเท่ห์ส่งมาเป็นระยะ ก็ได้มีการลดระดับเสียงให้เบาลงแล้ว คนร้องเรียนก็ไม่ยอมเลิกร้องจนทางเขตก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

 

 

               “ทางสำนักงานเขตก็ได้ส่งคนมาตรวจสอบหลายครั้ง โดยมีการใช้เครื่องวัดระดับเสียง ก็พบว่าระดับเสียงไม่เกินระดับมาตรฐานที่ 80 เดซิเบล ส่วนคนที่ร้องเรียนทราบว่ามีเพียงคนเดียว และรู้ว่าเป็นใครเพียงแต่ไม่อยากเอ่ยถึง เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ถ้าเขาเดือดร้อนจริงก็มีสิทธิ์ร้องเรียนได้”นายสมบัติกล่าว

               นายสมบัติ เปิดเผยอีกว่า ชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่เคยร้องเรียนเวลาที่สถานที่ท่องเที่ยวจัดงานใหญ่ๆ มีเสียงดังสะเทือนจนบ้านสั่น เพราะว่าเราอยู่อาศัยซึ่งกันและกัน

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

 

 

               ด้านนายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตามทางมัสยิดก็ยอมถอยและยอมลดเสียงลงมาโดยตลอด ทั้งนี้ในกทม.มีมัสยิดกว่า 180 แห่ง ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของเสียงที่จะไม่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ก็ได้มาให้กำลังใจนายอนุสรณ์ องอาจ อิหม่ามประจำมัสยิดบางอุทิศ ด้วย

 

 

 

               อิหม่ามประจำมัสยิดฯ เผยให้ความร่วมมือกับเขตตลอด ไม่เคยมีใครร้องมาทางมัสยิดส่งเสียงดัง เชื่อเป็นชุมชนดั้งเดิมปรับสภาพได้

 

               ต่อมาเวลา 13.45 น. นายอนุสรณ์ องอาจ อิหม่ามประจำมัสยิดบางอุทิศ ได้รับกระเช้าเพื่อสุขภาพจากนายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ได้มาให้กำลังใจ โดยนายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า ทางมัสยิดได้ให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานเขตด้วยดีมาโดยตลอด โดยได้พูดคุยกับทาง ผอ.เขต ซึ่งได้มารับงานไม่กี่วันที่ผ่านมา เป็นภารกิจหน้าที่ของทางผอ.เขตที่จะต้องดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เกิดความสะดวกและความเรียบร้อยในอนาคต เบื้องต้นตนคิดว่าทาง ผอ.เขต ก็ได้ให้ความสะดวกเป็นอย่างดี และท่านคงดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยกับมัสยิดทุกมัสยิดในเขตบางคอแหลม มัสยิดนี้มีอายุประมาณ 105 ปี สร้างตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ต้น รัชกาลที่ 6 ทั้งนี้จะมีการละหมาดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3-5 นาที การใช้เสียงเป็นการประกาศเชิญชวนว่าได้เข้าสู่เวลาขอการปฏิบัติศาสนกิจแล้ว เป็นห้วงเวลาของการนมัสการพระผู้เป็นเจ้า บางคนสะดวกจะมามัสยิดก็จะมา หากไม่สะดวกก็จะมีการปฏิบัติศาสนกิจที่บ้าน ก็มีการเปิดเครื่องขยายเสียงออกไปด้านนอก ซึ่งในชุมชนบางอุทิศก็เป็นมุสลิมเสียส่วนใหญ่ ก็คงไม่มีความเดือดร้อนรำคาญให้กับใคร และผู้ร้องก็ไม่ได้มีการร้องเรียนมาอีกแล้ว

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ

 

 

               เมื่อถามว่า มีผู้ร้องเรียนเคยมาร้องที่มัสยิดหรือไม่ทางนายอนุสรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะคนในละแวกนี้เป็นคนที่อยู่มาแต่ดั้งเดิมเสียส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตนี้มากว่า 200 ปี ถือเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่กันมาเนินนานมาก จะมีคนส่วนน้องที่มาอยู่ใหม่ เขาก็รับปรับสภาพกับบริบทของสังคมชุมชนได้เป็นอย่างดี

 

 

ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีให้กำลังใจอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ