
เก็บตกหลังเกม : ทำไมไม่เล่นแบบนี้ตั้งแต่แรก?
ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฮึดจากที่ตามหลัง 0-2 ตั้งแต่ 10 นาทีแรก รัวยิง 3 ประตูรวดแซงเอาชนะนิวคาสเซิ่ลไปได้อย่างสุดระทึก 3-2
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษนัดที่ 8 ของฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตั้งแต่เปิดฤดูกาลเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียว ลงสนามพบกับนิวคาสเซิ่ล ที่สถานการณ์ดูจะย่ำแย่มากๆ ในตอนนี้
เจ้าบ้านที่ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกัน มาในระบบ 4-2-3-1 ปอล ป๊อกบา เป็นตัวหลักในแดนกลาง ส่วน 3 ตัวรุกเกมนี้โชเซ่ มูรินโญ่เลือกใช้มาร์คัส แรชฟอร์ด , อองโตนี มาร์กซิยาล โดยมีโรเมลู ลูกากู ยืนค้ำเป็นกองหน้า
ส่วนสาลิกาดง ของราฟาเอล เบนิเตซ ที่ไม่ชนะใครเลยตั้งแต่เปิดฤดูกาล ก็นำทัพมาโดยจอนโจ เชลวีย์ ,อโยเซ เปเรซ , โรเบิร์ต เคเนดี้
แค่ 10 นาทีแรก ก็ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นช็อคกันทั้งสนาม เมื่อนิวคาสเซิ่ลมาได้ 2 ประตูรวดภายในระยะเวลาที่ห่างกันเพียง 3 นาที จากผลงานของ โรเบิร์ต เคเนดี้ ที่ยิงด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไป และโยชิโนริ มุโตะ ที่พลิกตัวยิงตุงตาข่าย สกอร์เป็นนิวคาสเซิ่ลทีมเยือนที่ขึ้นนำ 2-0
โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกที่จะแก้เกมทันทีในนาที 19 โดยเอาเอริค ไบญี่ออก และส่งฆวน มาต้า ลงสนามมาแทน
แต่ทว่าครึ่งแรกเจ้าถิ่นกลับไม่มีจังหวะจะแจ้งที่จะลุ้นประตูตีไข่แตกได้เลย กลับกันกลายเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสจะบวกลูกที่ 3 เพิ่มด้วยซ้ำ แต่ก็ได้ดาวิด เด เคอา ช่วยเอาไว้ ทำให้สกอร์ในครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ลนำอยู่ 2-0
ครึ่งหลัง แมนฯยู ไม่มีอะไรจะเสีย เปิดเกมบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนอย่างหนัก แต่กว่าจะได้ประตูตีไข่แตก 1-2 ก็ต้องรอจนถึงนาที 70 จากจังหวะฟรีคิกเข้าไปของฆวน มาต้า
แมนฯยูเล่นดีขึ้นจนกระทั่งนาที 76 ก็มาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากการประสานงานกันระหว่างมาร์กซิยาล กับลูกากู ก่อนที่มาร์ซิยาลจะล้มตัวยิงเสียบเสาแรกเข้าไป
เกมทำท่าจะแบ่งแต้ม แต่ในนาที 90 กลายเป็นปีศาจแดงที่มาได้ประตูชัย จากลูกโหม่งของตัวสำรอง อเล็กซิส ซานเชซ ช่วยให้แมนฯยูไนเต็ด โกงความตายพลิกกลับมาเอาชนะนิวคาสเซิ่ลสุดมันส์ 3-2
นี่คือประเด็นที่น่าสนใจหลังเกมนี้
- ก่อนเกมสื่ออังกฤษอย่างเดอะ มิร์เรอร์ เล่นข่าวกันอย่างคึกโคมว่าเกมระหว่างแมนฯยู กับนิวคาสเซิ่ล ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทางบอร์ดจะมีการประกาศปลดโชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งจนถึงตอนนี้เท่าที่เช็คข่าวล่าสุด ยังไม่มีการปลดกุนซือเดอะ สเปเชี่ยลวัน ออกจากกุนซือแมนฯยูไนเต็ด แต่อย่างใด
-เกมนี้ต้องชื่นชม มูรินโญ่ โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ที่เลือกถอดสก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ออกและส่งมารูยาน เฟลไลนี่ลงมาตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง
อีกจุดคือ การส่งอเล็กซิส ซานเชซ ลงมาแทนมาร์คัส แรชฟอร์ด
จะเห็นว่ามาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสโหม่งจ่อๆ ในครึ่งแรก แต่เขากลับทำไม่ได้ ซึ่งแรชฟอร์ดมีทั้งความวูบวาบ ทุ่มเท แต่ที่ยังขาดคือความเฉียบขาดในจังหวะสุดท้าย
การเก็บอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไว้ในสนาม เป็นการตัดสินใจที่บอกว่าตรงจุด เพราะดาวเตะฝรั่งเศสตอบแทนด้วยการยิงประตูตีเสมอ หนำซ้ำตัวสำรองอย่างอเล็กซิส ซานเชซก็มาโหม่งประตูชัยได้อีกต่างหาก
-ขณะเดียวกันการเปลี่ยนตัวเอริค ไบญี่ ออกตั้งแต่นาทีที่ 19 แทนที่จะเป็นสก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ นั้น จุดนี้มีนัยยะสำคัญบางอย่าง ท่ามกลางความสงสัยของแฟนบอลว่า ทำไมไม่เอาแม็คโทมิเน่ย์ออกตั้งแต่แรก ซึ่งต้องตามกันต่อว่า ไบญี่ จะหมดอนาคตในสีเสื้อผีแดงหรือไม่ หรือการเปลี่ยนตัวออกนั้นเป็นแค่เรื่องแท็คติกเท่านั้น
-เกมในช่วง 45 นาทีหลัง ต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่พลพรรคนักเตะอสูรแดงเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้จริงๆ ทุกคนดูมุ่งมั่นมีพลังแฝง กระหายชัยชนะ ช่วยกันเล่นจนนำมาสู่ซึ่งชัยชนะในที่สุด
ผิดจากครึ่งแรกที่นักเตะต่างคนต่างเล่น ดูไม่มีความกระตือรือร้น เล่นให้จบๆไป จนสถานการณ์ของทีมตกอยู่ในช่วงหลังพิงฝา ค่อยปล่อยพลังแฝงที่มีอยู่ออกมา
เรื่องนี้ ทำให้เกิดความสงสัยของแฟนบอลปีศาจแดงทุกหมู่เหล่าว่า "ทำไมพวกเอ็งไม่เล่นแบบนี้ตั้งแต่แรก.. "



