
"กิตติศักดิ์"ปัดสั่งมวลชนปิดล้อมวัด-แค่กาวใจแต่ถูกฟ้อง
"กิตติศักดิ์"ปัดสั่งมวลชนปิดล้อมวัด แจงแค่อาสาเป็นกาวใจแต่กลับถูกฟ้อง ชี้ชาวบ้านอยากได้รักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่หลังขัดแย้งมากว่า 4 ปี เผยผู้ใหญ่สนช.เข้าใจ สั่ง
6 ตุลาคม 2561 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานจ.พิจิตร ได้ส่งตัวแทนไปแจ้งจับนายกิตติศักดิ์พร้อมพวกรวม 11 คน
โดยอ้างว่านำมวลชนบุกปิดล้อมกุฏิของรักษาการเจ้าอาวาส และทางเข้า-ออกของวัดว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยมีปากเสียง เลยโดนอยู่ข้างเดียว แต่ไม่เป็นไร เพราะตนเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว และได้ให้ทีมกฎหมายเก็บข้อมูลไว้แล้ว ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงคือ ที่ผ่านมามีชาวบ้านมายื่นหนังสือกับสนช. ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดที่เกี่ยวข้อง แต่คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าตนเป็นคนพิจิตรจึงขอให้เข้าไปดูความเดือดร้อนให้กัับชาวบ้าน จึงเข้าไปทำหน้าที่เท่าที่จะทำได้ โดยตั้งใจที่จะเข้าไปไกล่เกลี่ย และไม่ได้รู้จักใครเลย จึงเข้าไปพูดคุยกับอดีตผู้ว่าราชการจ.พิจิตร รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพื่อร่วมกันหาทางออก
นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการหารือเพื่อหาทางออกนั้น รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานได้ขอร้องตนว่า ท่านมาอยู่ที่วัด 4 ปีแล้วแต่เข้าวัดไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สินด้วย โดยจะขอเข้าวัด ขอร้องให้ตนเป็นคนกลาง ตนจึงแนะนำว่าให้ส่งตัวแทนฝ่ายละ 2 คนโดยเป็นฝ่ายของรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน 2 คน และจากฝ่ายชาวบ้าน 2 คน เพื่อร่วมกันตรวจสอบทรัพย์สินและขอให้ผอ.สำนักพุทธฯ จังหวัดเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย การตรวจสอบก็สำเร็จไปได้ด้วยดี แต่มารู้ทีหลังว่ารักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานได้ตั้งตนให้เป็นประธานตรวจสอบทรัพย์สินด้วย และมีการมาปลดในภายหลัง แต่ตนไม่รู้เรื่องการแต่งตั้งดังกล่าวเลย
นายกิตติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 1 ต.ค.เป็นวันที่ตนได้ลงพื้นที่ไปสอบถามชาวบ้าน แต่ในวันที่ 3 ต.ค.เป็นวันที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานจะครบวาระ ชาวบ้านขอให้มีรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานองค์ใหม่ที่เป็นที่ยอมรับได้ เพราะที่ผ่านมาขัดแย้งมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ตรงนี้ถือเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่ชาวบ้านทำได้
ยืนยันว่าตนไม่ได้สั่งการให้ไปปิดประตูอะไรเลย เพราะเหตุการณ์ปิดประตูเกิดขึ้นในวันที่ 4 หรือ 5 ต.ค. ในวันดังกล่าวตนประชุมสภาฯอยู่ ส่วนที่อ้างว่ามีการสั่งให้ล็อคกุฏินั้น วันนั้นชาวบ้านบอกว่ามีวัยรุ่น 4-5 คนอยู่ที่กุุฏิ และสงสัยว่าน่าจะมีอาวุธ ตนจึงประสานให้ตำรวจและทหารเข้าไปดูแล แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้ขึ้นไปบนกุฏิ และการตรวจสอบวัยรุ่นว่ามีอาวุธจริงหรือไม่นั้นก็ตรวจได้เพียงแค่คนเดียวและไม่พบว่ามีอาวุธ ส่วนวัยรุ่นที่เหลือได้หลบหนีไปหมดเรื่องนี้ผู้ใหญ่ของสนช.ก็เข้าใจดี ตนได้ส่งประวัติของวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวให้กับผบ.ตร.แล้ว เพราะบางคนก็มีคดี เมื่อมารวมกันอยู่ที่วัดนั้นมันถูกต้องหรือไม่ ชาวบ้านจะปลอดภัยหรือไม่ คงต้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย
"ผมเข้ามาช่วยดูแลความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งเหตุที่ขัดแย้งคือการตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานองค์นี้มาแล้วเข้าวัดไม่ได้มา 4 ปี ผมจึงเป็นกาวใจให้ แต่กลับมาฟ้องร้องผมเสียอีก และการที่อ้างว่ามีคนไปใส่กุญแจล็อคประตูอะไรนั้นก็ขอให้ยึดตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่อย่ามาเหมารวมผมไปด้วย"นายกิตติศักดิ์กล่าว



