
ศุภชัยระบุถอดยศทักษิณเป็นไปตามขั้นตอน
ศุภชัย ระบุถอดยศ แม้ว เป็นไปตามขั้นตอน ไม่หวั่นเสื้อแดงหยิบมาเป็นเงื่อนไขการชุมนุม จี้รัฐบาลจัดการกับคนที่ทำผิดต่อสถาบันเบื้องสูง ถามคนเสื้อแดงคิดอะไรกับการแก้ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์ แน่ใจว่าต้องการเล่นงาน พล.อ.เปรม คนเดียวเท่านั้น หรือต้องการชิ่งกร
(28ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการขอพระราชทานพระบรมราชนุญาตถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ต้องว่ากันไปตามกระบวนการและเรื่องนี้เสื้อแดงต้องเข้าใจ ทั้งนี้เรื่องนี้อย่าไปวิตกกังวล
เมื่อถามว่า จะทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงลุกฮือขึ้นมาหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า อาจจะเป็นเงื่อนไข เพราะต้องยอมรับว่าวันนี้เสื้อแดงไม่มีเหตุอะไรที่จะออกมาแล้วจึงถือว่าตรงนี้เป็นเหตุหนึ่ง ที่เป็นเงื่อนไขที่เป็นข้ออ้างให้ออกมาเคลื่อนไหว ตอนนี้เข้าใจว่าเขาค่อนข้างลำบากเพราะกระสุนด้านไปเยอะแล้ว และกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็วิเคราะห์กันว่าที่ผ่านมาค่อนข้างประสบความล้มเหลวในการชุมนุม ดังนั้นการนัดชุมนุมจะต้องมีเงื่อนไขใหม่ๆ ขึ้นมา และที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงมักจะพูดในเรื่องของมาตรฐานความเป็นธรรม โดยบอกว่ามีสองมาตรฐานซึ่งอยู่ที่มุมมองว่า จำเป็นต้องทำขนาดไหน ถ้าเรื่องนี้ออกมาก็เป็นเหตุให้เขาออกมาชุมนุมกันอีก
นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลควรที่จะเอาจริงเอาจังในเรื่องของการกระทำผิดที่กระทบต่อสถาบันเบื้องสูง หรือหมิ่นเหม่ ที่ผ่านมาต้องมีการดำเนินคดีกับบุคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ วันนี้รัฐบาลต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะละเลยไม่ให้ความสำคัญในการที่จะดำเนินคดี เพราะกระบวนการเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หรือว่าใครก็ตามเขาก็ทำกันอย่างเป็นระบบ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดเรื่องพวกนี้ยังมีอยู่ แนวคิดของแดงสยามซึ่งโยงใยกันถึง พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังมีอยู่ หรือแนวคิดการจุดประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาภายหลังที่ไม่กี่วันมานี้เอง ถ้าถามว่าร่างรัฐธรรมนูญของ นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งคือเสื้อแดง หมวดพระมหากษัตริย์ไม่เคยเตะ แต่ทำไมอยู่ๆ วันนี้ถึงมา เหตุผลต้องการเล่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็อยากจะถามว่าแค่ พล.อ.เปรม เพียงคนเดียวหรือไม่ หรือมีอะไรที่สูงกว่านั้นหรือไม่ ก็ต้องถามว่าคิดเรื่องอะไร หรือทำให้คนเชื่อใจว่า วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีแนวคิดที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับคนรอบข้างของ พ.ต.ท.ทักษิณที่กำลังพูดกันอยู่ในต่างประเทศ
“เวลานี้เขาเล่นแรง สถานการณ์การเมืองต่อไป เมื่อ ตท. 10 เข้ามา รูปแบบการเคลื่อนไหวอาจจะรุก อาจจะแรง เพื่อต้องการปิดเกมรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อที่เขาจะได้กลับมาเอาเงิน 7 หมื่นล้านคืน หรือการรุกเพื่อให้เกิดการต่อรองก็ได้ แต่จะต่อรองกับใครไม่รู้ แต่สิ่งที่เขารู้คือจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง วันนี้เขาต้องเปลี่ยนบทเล่นเพราะเสื้อแดงไม่ได้ผล จุดประเด็นไม่ติด ต่อให้มีเรื่องถอดยศ เครื่องราช เป็นเรื่องที่ขายได้เฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น วันนี้ที่เขาคิดจะทำอย่างไรที่จะใช้เงินน้อยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมาใช้เงินมากแต่ได้ผลน้อย” นายศุภชัย กล่าว
40ส.ว.แฉ ทักษิณยกแผ่นดิน4.6ตร.กม.ให้เขมร
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่กฤษฎีกาวินิจฉัยว่าสามารถถอดยศตำรวจและริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องดำเนินการ มีกรณีทหารหรือตำรวจหลายนายที่ต้องคำพิพากษาถูกตัดสินคดีถึงที่สุดแล้วก็ต้องถูกถอดยศ และเห็นว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายและไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นการเมือง เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเรื่องนี้และส่งเรื่องไปตามขั้นตอนตั้งแต่พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร.
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ กำลังดำเนินยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย และล่าสุดได้บีบพื้นที่ลงมาเป็นเพื่อนบ้านล้อมไทยจากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้น นายสมชาย กล่าวว่า ขอเตือนผู้ที่พยายามดึงให้สมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย โดยเฉพาะการที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ กำลังคิดทำอะไรอยู่ซึ่งไม่มีใครเดาเจตนาออกในการไปยืนข้างกัมพูชาครั้งนี้ แต่จากประวัติศาสตร์ของชาติตั้งแต่สมัยพระยาละแวกที่ไทยมีปัญหากับพม่า จนถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งกับเขมรเมื่อปี 2520-2521 วันนี้คนไทยกำลังแตกแยกกันแต่บางฝ่ายดึงนายกกัมพูชาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในประเทศเป็นการชักศึกเข้าบ้าน
“สิ่งที่สมเด็จฮุนเซ็นเคยทำไว้กับประเทศกัมพูชาเองคือ นำกองกำลังต่างชาติเข้ามาไล่ชาวเขมรที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเอง จากนั้นก็เข้ายึดครองประเทศเขมร ต่อมาก็ริดรอนระบบกษัตริย์โดยขับไล่เจ้านโรดมสีหนุ กษัตริย์ขณะนั้นลงจากตำแหน่ง ส่วนโอรสคือสมเด็จเจ้านโรดมรนฤทธิ์ก็ต้องมาลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วสมเด็จฮุนเซ็นก็ได้เชิญสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี ที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมืองในประเทศเลยมาเป็นกษัตริย์ หากศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นว่าสมเด็จฮุนเซนทำอะไรไว้กับประเทศเขมร อยากฝากไปถึงพล.อ.ชวลิตและฝ่ายที่กำลังชักศึกเข้าบ้านนำสมเด็จฮุนเซ็นมายุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของไทยขอให้นึกถึงความเป็นชาติไทยให้ดี” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า การที่สมเด็จฮุนเซ็นระบุว่าสำนึกในบุญคุณของพ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ชวลิต ที่เคยช่วยเหลือกัมพูชานั้น ตนขอย้อนความจำให้ฟังว่าผู้ที่เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาการสู้รบในเขมรจนทำให้เขมรอยู่กันอย่างสงบสุขได้คือทหารไทยและหลังการสู้รบก็ยังเข้าไปช่วยสร้างวัด ทำถนน สิ่งสาธารณูปโภคต่างๆซึ่งที่เกิดขึ้นดำเนินการโดยจากนายกรัฐมนตรีที่ชื่อพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเงินที่เข้าไปช่วยเหลือเป็นเงินภาษีของประชาชนคนไทยทั้งสิ้น ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่งเข้ามาเป็นนายกเมื่อปี 2544 ที่ขณะนั้นสงครามเขมรได้จบแล้ว ซึ่งเห็นว่าเป็นความช่วยเหลือส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฮุนเซ็นมากกว่า ยังไม่รวมผลประโยชน์จากบ่อก๊าซธรรรมชาติในทะเลที่แบ่งสรรผลประโยชน์ลงตัวไปแล้ว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอฝากไปยังพ.ต.ท.ทักษิณว่า วันนี้สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ สมัยเป็นนายกฯเคยพูดว่าอย่าทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว คือการเข้ามายึดดินแดนในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรของคนเขมร โดยพยายามเข้ามา เริ่มจากการลอบนำครอบครัวของทหารเขมรที่อยู่ตามแนวชายแดนมาตั้งเพิงพักพิงเป็นที่อยู่อาศัย จากแค่ชุมชนเล็กกลายเป็นชุมชนใหญ่มีการสร้างวัดสสร้างตึกขึ้นมากมายแต่พ.ต.ท.ทักษิณเคยมองจุดเหล่านี้โดยบอกกับนายทหารที่แจ้งข้อมูลให้ทราบโดยบอกว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งวันนี้มีการแจกโฉนดที่ดินกันแล้ว นี่คงเป็นบุญคุณที่ทำให้สมเด็จฮุนเซ็นประกาศสำนึกบุญคุณหรือไม่



