ข่าว

“ธีระชน”ฉุนช้างเร่ร่อนโผล่เขตลาดพร้าว

“ธีระชน”ฉุนช้างเร่ร่อนโผล่เขตลาดพร้าว

28 ต.ค. 2552

“ธีระชน” ฉุนช้างเร่ร่อนโผล่ลาดพร้าว ตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแส 2,000 “สุขุมพันธุ์” เตรียมนำทีมเจรจาผู้ว่าฯจ.สุรินทร์-บุรีรัมย์ แก้ช้างเร่ร่อนปลายเดือนนี้

(28ต.ค.) เวลา 10.30 น. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตลาดพร้าว ได้เข้าจับกุมช้างเร่ร่อนบริเวณปากซอยลาดพร้าว - วังหิน 5 ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลฤทธิไกร โดยนายสุวิทย์ ยิ่งรัมย์ อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 6 ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ยอมรับว่าเป็นเจ้าของช้าง ชื่อพังอุ้มดาว อายุ 6 ปี 4 เดือน เดินทางมาพร้อมกับควาญช้างชื่อ นายวิจิตรศิลป์ ศรีคำภา อายุ 16 ปี นายอเนก โยมรัมย์ อายุ 23 ปี และนายณัฐพงศ์ เยรัมย์ อายุ 18 ปี จึงได้นำตัวทั้งหมด พร้อมรถบรรทุกทะเบียน บธ 2150 นนทบุรี ไปยังสำนักงานเขตลาดพร้าว หลังจากนั้นได้ประสานไปยังสัตวแพทย์แดนชัย นุใหม่ ให้มาตรวจสอบและนำตัวทั้งหมดไปลงบันทึกการจับกุม ที่สน.โชคชัย 4 ต่อไป

 นายธีระชน กล่าวว่า ผลจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ทั้งหมดนำช้างเข้ามาหากินจำนวน 2 เชือก มาจาก จ.บุรีรัมย์กว่า 2 สัปดาห์แล้ว พอตกกลางคืนได้แยกย้ายออกไปเร่ร่อนตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ จำนวน 4 จุด ส่วนที่พักจะนำช้างมาพักบริเวณหลังห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต คลอง 1 จ.ปทุมธานี ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะพิจารณาส่งไปกักกันยังศูนย์พักช้าง จ.กาญจนบุรี และนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีต่อไป

 “หลังจากกทม.ดำเนินมาตรการจับช้างตามโครงการ “ช้างยิ้ม” อย่างจริงจัง ทำให้ควาญช้างนำช้างไปอยู่แถบตะเข็บรอยต่อจังหวัด อาทิ จ.นครปฐม จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี มากขึ้น และได้เปลี่ยนรูปแบบขนนำลูกช้างมาเร่ร่อน โดยขนขึ้นรถบรรทุกไปตามจุดต่างๆ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา กทม. ได้จับยึดช้างพังแตงโม อายุ 3 ปี ที่เขตดอนเมือง มีควาญช้างชื่อ นายพิษณุ (ไม่ทราบนามสกุล) ขณะนี้ได้ส่งไปที่ศูนย์พักช้าง จ.กาญจนบุรีแล้ว ขณะที่ พังอุ้มดาว จากการสอบสวนเจ้าของสารภาพว่าซื้อช้างมาจาก จ.ตาก เป็นเงิน 400,000 บาท ซึ่งเจ้าของมีหลักฐานการทำสัญญา ดังนั้นแสดงว่าคนที่เป็นควาญช้างก็มีเงินมากพอที่จะซื้อช้างได้ จึงไม่ควรนำช้างมาเร่ร่อนเป็นการทรมานสัตว์ อยากฝากไปยังประชาชนว่าอย่าซื้ออาหารเลี้ยงช้าง เพราะเป็นการทำร้ายช้างโดยไม่รู้ตัว” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

 นายธีระชน กล่าวว่า ทั้งนี้ในวันที่ 6 พ.ย. กทม.จะเริ่มเอาจริงเอาจริงในการดำเนินการกับช้างเร่ร่อน โดยกทม.จะตั้งศูนย์ฮอตไลน์ประสานระหว่าง กทม.กับกรมปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจับกุมและยึดช้างที่ควาญช้างนำมาเร่ร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาติดปัญหาหากไม่มีปศุสัตว์ไปด้วยจะไม่สามารถยึดอายัดได้ กทม.ทำได้เพียงจับปรับเงิน 500 บาทเท่านั้น สำหรับผู้ที่พบเห็นช้างเร่ร่อนสามารถประสานงานเจ้าหน้าที่จนกระทั่งจับกุมได้ กทม.จะมีรางวัลสมนาคุณให้กับประชาชนที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมเป็นเงิน 2,000 บาท ซึ่งผู้พบเห็นสามารถติดต่อที่สายด่วน 1555 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าช้างที่นำมาเร่ร่อนส่วนมากเป็นของนักการเมือง ท้องถิ่นในจ.บุรีรัมย์และจ.สุรินทร์ จริงหรือไม่ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องนี้ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีนอมินี แต่จะต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนอีกครั้ง เบื้องต้นจะต้องยึดเอกสารสัญญาซื้อขายเป็นหลักฐานก่อน อย่างไรก็ตาม การที่ผู้บริหาร กทม. ประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และตนจะเดินทางไปเจราจากับผู้ว่าฯ จ.สุรินทร์และผู้ว่าฯจ.บุรีรัมย์ เพื่อผนึกกำลังพัฒนาคุณภาพชีวิตช้าง และสถาปนาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคมนี้ น่าจะเป็นการกดดันและส่งสัญญาณให้กับเจ้าของช้างให้ความร่วมมือกับกทม.ไม่นำช้างเข้ามาเร่ร่อนในเมืองอีกต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการนี้นายธีระชน ได้มอบรางวัลนำจับ ให้กับตัวแทนสื่อมวลชนจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เป็นเงิน 2,000 บาท ซึ่งเป็นผู้แจ้งเบาะแสจับกุมควาญช้าง และพังอุ้มดาวได้ ที่สำนักงานเขตลาดพร้าวด้วย