
เมื่อตำรวจต้องยึดรถไฟคืนภาพก็เสียสำหรับทุกฝ่าย
ข่าวคราวที่ว่าตำรวจและอาสาสมัครลุยบุกรถไฟเพื่อเปิดวิ่งไปปัตตานีและอีก 2 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นภาพและข่าวที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยกับรัฐบาลจะต้องนั่งเจรจากัน เพราะว่าการเปิดทางให้รถไฟสามารถวิ่งได้จากหาดใหญ่ลงไปถึงปัตตานี ยะลา นราธิวาสนั้น มีความจำเป็น เพื่อแสดงว่าประเทศไทยเป็นประเทศภาวะปกติ
ข้ออ้างของสหภาพที่ว่าหัวรถจักรยังไม่ดีพอหรือไม่มีคนขับนั้น ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้น ถ้าหากรถไฟจากหาดใหญ่ขึ้นมากรุงเทพฯ ได้แล้ว จากหาดใหญ่ลงไปใต้กว่านั้นจะต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เพราะว่านี่คือการแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของคนขับรถไฟของสหภาพ
ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องใช้วิธีการละมุนละม่อมกว่าการบุกเข้าไปยึดรถไฟ เพราะว่านี่จะเป็นประเพณีที่เป็นตัวอย่างอันไม่ดีงาม
การประท้วงการแสดงความไม่เห็นด้วย การใช้วิธีการอารยะขัดขืนของคนรถไฟนั้นหากมีเหตุมีผลหรือมีภาพชัดเจนว่าประชาชนสามารถเข้าใจได้ก็พอที่จะประทัง
แต่ถ้าหากการกระทำนั้นยืดเยื้อโดยที่ประชาชนเดือดร้อน และไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เพื่ออะไรใครได้ประโยชน์กันแน่ ย่อมจะเป็นความเสียหายสำหรับสหภาพรถไฟฯ เอง และสำหรับสหภาพรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่กำลังประกาศเข้าไปสนับสนุน
เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือสหภาพจะต้องมองผลประโยชน์ความสะดวกของประชาชนเป็นข้อที่หนึ่ง ไม่ใช่ข้อรองๆ อย่างที่เราเห็นอยู่ขณะนี้
ประเทศจะพัฒนาได้ วัฒนธรรมของการประท้วงจะเป็นที่ยอมรับได้ รัฐบาลจะมีความนิยมชมชอบได้ ก็ต่อเมื่อเอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
สุทธิชัย หยุ่น



