ข่าว

"สิงเทล" ผนึก "เอไอเอส" ลุยชำระเงินผ่านมือถือข้ามประเทศ

"สิงเทล" ผนึก "เอไอเอส" ลุยชำระเงินผ่านมือถือข้ามประเทศ

03 ต.ค. 2561

สิงเทล-เอไอเอส เปิดตัว "เวีย" เน็ตเวิร์กชำระเงินผ่านมือถือข้ามประเทศ นำร่องสิงคโปร์-ไทย ผ่านแรบบิท ไลน์ เพย์ แอพพลิเคชั่นรองรับการใช้งานทั่วโลก

สิงเทล-เอไอเอส เปิดตัว “เวีย” เน็ตเวิร์กชำระเงินผ่านมือถือข้ามประเทศ นำร่องสิงคโปร์-ไทย ผ่านแรบบิท ไลน์ เพย์ แอพพลิเคชั่นรองรับการใช้งานทั่วโลก ในร้านค้าของทั้งสองประเทศที่แสดงสัญลักษณ์ รวม ไทย คิวอาร์ โค้ด รวมจำนวนมากกว่า 1.6 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ

ความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันสังคมไร้เงินสดในประเทศเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยความร่วมมือเอกชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จนล่าสุด “เอไอเอส” ผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทยโดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าราว 41 ล้านราย ร่วมกับกลุ่มสิงเทล ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ มีฐานลูกค้ากว่า 400 ล้านราย และยังเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของเอไอเอส 

โดยประกาศแผนที่จะเชื่อมกระเป๋าเงินบนมือถือจากบริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มเข้าด้วยกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้จ่ายผ่านบริการของค่ายตัวเองได้แม้อยู่ต่างประเทศซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของสิงเทลและพันธมิตรในภูมิภาคที่ในขั้นแรก

นายอาเธอร์ แลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสิงเทล อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า สิงเทลร่วมกับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดตัวบริการ VIA (เวีย) ซึ่งเป็นบริการชำระเงินผ่านมือถือข้ามประเทศ ภายใต้การร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่ม เพื่อเชื่อมต่อบริการระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังร่วมกับธนาคารกสิกรไทยพร้อมให้บริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดบนมือถือทั้ง สิงเทล แดช และ แรบบิท ไลน์ เพย์ ผ่านแอพพลิเคชั่น เอไอเอส โกลบอล เพย์ ในร้านค้าของทั้ง 2 ประเทศที่แสดงสัญลักษณ์ VIA รวมทั้งในร้านค้าของทั้งสองประเทศที่แสดงสัญลักษณ์ รวม ไทย คิวอาร์ โค้ด รวมจำนวนมากกว่า 1.6 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ

เร่งรวมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

โดยสิงเทลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงการชำระเงินที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ด้วยการนำเอากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ มาอยู่รวมกัน เพราะเมื่อเวลาที่ผู้คนเดินทางในภูมิภาคเอเชีย เราต้องการให้พวกเขาสามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จากประเทศของตนเองได้อย่างง่ายดายในต่างประเทศ โดย VIA จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการชำระเงินให้กับผู้บริโภคนับล้านคน โดยรวมถึงฐานผู้ใช้งานของเราทั้งหมดว่า 700 ล้านคน 

“เรามองเห็นโอกาสอันสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพราะสิ่งนี้จะเป็นแรงผลักดันใหญ่ที่ช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และสานต่อวิสัยทัศน์ในการทำให้เกิดตลาดดิจิทัลที่ใช้งานร่วมกันโดยหลังจากนี้ จะมีการขยายไปยังพันธมิตรอื่นๆ ในภูมิภาค โดยในอินโดนีเซียภายในปีนี้ ต่อจากนั้นจะเป็นอินเดีย และ ฟิลิปปินส์”

ทั้งนี้ ในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังตลาดของกลุ่มสิงเทลในภูมิภาคเอเชียกว่า 80 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มากกว่า 1.5 ล้านคนต่อปีที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในสิงคโปร์และไทย และตัวเลขนี้ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ระบุให้ความสำคัญ“ภัยไซเบอร์” 

เขา เสริมจุดเด่นของ VIA คือบริการที่โปร่งใส สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ ทั้งนี้ เอไอเอสและสิงเทล ต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซิเคียวริตี้โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อชำระเงินด้วยสกุลเงินของประเทศตนเอง เมื่อมาท่องเที่ยวในสิงคโปร์และไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการแข่งขันสูงในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลกับการพกพาเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศอีกด้วย ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่สามารถรับบัตรเครดิต ก็จะสามารถขยายการรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวผ่านการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้อย่างสะดวกอีกด้วย ส่วนแอพพลิเคชันชำระเงินผ่านมือถือรายอื่นๆ สามารถเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับ VIA เพื่อที่จะได้เข้าถึงกลุ่มผู้ขายและฐานลูกค้าของกลุ่มสิงเทลทั่วทั้งภูมิภาค

 

ผลักดัน“สังคมไร้เงินสด”

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันแนวคิดสังคมไร้เงินสดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เอไอเอสเองในฐานะผู้นำด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศ เรามุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการที่จะออกมาตอบโจทย์เรื่องโมบาย เพย์เมนต์อย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ที่จะยกระดับสังคมไร้เงินสดของไทยไปอีกขั้น ภายใต้การผนึกกำลังกับกลุ่มสิงเทล และได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำในประเทศไทย ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เพื่อร่วมมอบประสบการณ์ใหม่ในการชำระเงินดิจิทัลแบบไร้พรมแดน ให้กับลูกค้าและคนไทย ที่เดินทางไปสิงคโปร์ให้สามารถใช้จ่ายผ่านอี-วอลเลท กับร้านค้าที่ร่วมบริการ VIA ได้อย่างสะดวก ซึ่งล้วนเป็นสินค้าและบริการจากแบรนด์ที่คนไทยให้ความนิยม รวมกว่า 20,000 ร้านทั่วสิงคโปร์

“เราจะสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเหล่าพันธมิตรและพัฒนาแอพพลิเคชั่นแดชให้กลายเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่แพร่หลายและใช้กันในชีวิตประจำวันของลูกค้าชาวสิงคโปร์จ่ายด้วยสิงเทล แดช เมื่อมาเมืองไทยโดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 500,000 รายส่วนชาวไทยจ่ายด้วยแรบบิท ไลน์ เพย์เมื่อไปสิงคโปร์ส่วนประเทศไทยนั้น ลูกค้าที่ใช้แอปแชทไลน์จำนวนกว่า 42 ล้านราย พร้อมที่จะใช้บริการ VIA ได้ โดยในจำนวนนี้ มีผู้ใช้แรบบิท ไลน์ เพย์ จำนวนกว่า 5 ล้านราย”