
รวบ! 2 โจรจี้ชิงทรัพย์หนุ่มสาว
รวบ 2 คนร้ายจี้ชิงทรัพย์หนุ่มสาว ย่านถนนประชาสงเคราะห์ ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่เรียกตรวจบัตร ปชช. และโทรศัพท์มือถือ
ตำรวจดินแดง รวบ 2 คนร้ายจี้ชิงทรัพย์หนุ่มสาว ย่านถนนประชาสงเคราะห์ ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่เรียกตรวจบัตร ปชช. และโทรศัพท์มือถือ พบเพิ่งพ้นโทษได้แค่ 6 เดือน แถมเสี้ยนยาจึงลงมือก่อเหตุ
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2561 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทธ์ รอง ผบก.น.1 ว่าที่ พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.ดินแดง พ.ต.ท.พีรรัฐ โยมา รอง ผกก.สส.สน.ดินแดง พ.ต.ท.นฤดล พุ่มพวง สว.สส.สน.ดินแดง ร.ต.อ.นักสิทธิ์ คณะนัย รอง สว.สส. ด.ต.เฉลิมชัย. สุขเสวต และ ด.ต.วิศรุต มากจงดี ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.ดินแดง
จับกุมตัวนายปรินทร์ สาลี อายุ 26 ปี และนายกิตติภณ เอมอ่อง อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์ พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำแดง ทะเบียนรถสาธารณะ (ป้ายเหลือง) 1 กญ 1351 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และพระเครื่อง จำนวน 1 องค์ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนมิตรไมตรี แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ต.ค. เวลาประมาณ 17.30 น.ได้มีผู้เสียหายคือนายภานุพงษ์ พร้อมมูล อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ว่า ขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางถนนประชาสงเคราะห์ 33 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ระหว่างนั้นได้มีชายไทยจำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สี แดง-ดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาตีคู่
จากนั้นชายคนขับขี่ได้พูดจาแซวแฟนสาวของผู้เสียหาย และสั่งให้ผู้เสียหายหยุดรถ แต่ผู้เสียหายไม่ยอมหยุด เนื่องจากเกรงกลัว และไม่รู้จักกันมาก่อน จึงเป็นเหตุให้คนร้ายทั้งสองคนได้ขับรถปาดหน้า และสั่งให้ผู้เสียหายหยุดจอดรถจักรยานยนต์ เมื่อผู้เสียหายหยุดรถ จึงบอกแฟนให้ถอยออกไปเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุร้าย ทันใดนั้นคนร้ายทั้งสองคนได้เดินประชิดตัวผู้เสียหาย
จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเสมือนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ขอตรวจบัตรประชาชนและขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ แต่ผู้เสียหายบอกไปว่าไม่ได้นำบัตรและโทรศัพท์มาด้วย โดยระหว่างนั้นคนร้ายที่เป็นผู้ขับขี่ได้พูดจาลักษณะข่มขู่ว่า “ถ้าไม่หยิบออกมาจะถูกตบ” โดยผู้เสียหายยืนยันไปว่า ไม่ได้หยิบมาจริงๆ คนร้ายจึงยกมือง้างหมัดจะชกผู้เสียหาย
ต่อมาชายคนร้ายซึ่งเป็นผู้ขับขี่คือนายปรินทร์ (ทราบชื่อสกุลจริงภายหลัง) ได้ยื่นมือมาจับพระเครื่องของผู้เสียหาย ผู้เสียหายเกิดความตกใจ จึงยกมือขึ้นมากุมพระเครื่อง จากนั้นนายปรินทร์ จึงใช้มือตบปากผู้เสียหายไป 1 ครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว จากนั้นนายปรินทร์ จึงได้จับที่พระเครื่องและพูดว่า ”ขอนะ ” จากนั้นได้กระชากพระและสร้อยคอของผู้เสียหายออกจากคอ ซึ่งระหว่างนั้นคนร้ายอีกรายที่มาด้วยทราบชื่อ นายกิตติภณ ได้มายืนลักษณะคุมเชิงตลอดเวลา และเมื่อได้พระเครื่องไปแล้ว คนร้ายทั้งสองได้เดินไปที่รถจักรยานยนต์ และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง จึงได้ออกสืบสวนติดตามจับกุม กระทั่งเมื่อมาถึงบริเวณริมถนนมิตรไมตรี แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ได้พบนายปรินทร์ และนายกิตติภณ มีลักษณะตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น โดยผลการตรวจค้นพบพระเครื่องของผู้เสียหาย อยู่กระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาตัวนายปรินทร์ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย สอบสวนที่ สน.ดินแดง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกันเสพยาทรามาดอล (เม็ดเขียวเหลือง) เข้าไป จึงทำรู้สึกคึกคะนอง โดยได้ชักชวนกันขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามท้องถนน กระทั่งพบผู้เสียหายจึงลงมือก่อเหตุ โดยตั้งใจจะชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์ด้วยการออกอุบายแกล้งเป็นเจ้าหน้าที่ฯ ขอตรวจบัตรประชาชน และโทรศัพท์มือถือ หากเหยื่อหลงเชื่อหรือมอบให้ ก็จะนำไปขายและนำเงินที่ได้ไปซื้อยามาเสพ แต่กลับไม่ได้ตามที่คิดไว้ เมื่อเห็นเหยื่อแขวนพระรู้สึกชอบจึงชิงทรัพย์มา
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากคนร้ายมีพฤติการณ์ที่คาดว่าน่าจะก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าวนี้ สามารถติดต่อทาง สน.ดินแดง ได้ทันที
ทั้งนี้เมื่อทางตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า นายปรินทร์ เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ส่วนนายกิตติภณ เคยต้องคดีวิ่งราวทรัพย์ และเสพยาเสพติด โดยทั้ง 2 รายเพิ่งพ้นโทษจำคุกออกมาได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



