ข่าว

พบ ! อหิวาต์แอฟริกา-อหิวาต์สุกรรีบแจ้งปศุสัตว์ทันที

พบ ! อหิวาต์แอฟริกา-อหิวาต์สุกรรีบแจ้งปศุสัตว์ทันที

03 ต.ค. 2561

เตือน ! โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร-โรคอหิวาต์สุกรพื้นที่ใดพบโรคต้องรีบแจ้งปศุสัตว์ทันที เข้าควบคุมโรคตามพรบ.สัตว์และพรบ.โรคสัตว์

 

            3 ตุลาคม 2561 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าจากช่วงต้นเดือนส.ค.จนถึงปัจจุบันสถานการณ์ระบาดรุนแรงขึ้นของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่ประเทศจีน  

 

            โดยกรมปศุสัตว์ ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ดำเนินการเชิงรุกในการควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย แต่ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกร อาจยังอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่าง โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคอหิวาต์สุกร ซึ่งทั้งสองโรคได้ถูกกำหนดให้เป็นโรคตามพระราชบัญญัติสัตว์ พ.ศ.๒๕๕๘ หากพบโรคเกิดขึ้นในฟาร์มหรือพื้นที่ใดต้องดำเนินการตามมาตรการที่ถูกกำหนดไว้ภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.๒๕๕๘ นั้น

 

            อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า สิ่งที่มีความใกล้เคียงกันของทั้งสองโรค คือมีอาการทางคลินิกที่คล้ายกัน ได้แก่ มีไข้สูง ตายเฉียบพลัน มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง แท้งหรือท้องเสีย ในกรณีโรคอหิวาต์แอฟริกามักพบอาการถ่ายเป็นเลือด ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากกันภายนอกได้ต้องมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น นอกจากนี้วิธีการติดต่อของโรคก็มีความใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดจากสิ่งคัดหลั่งที่มาจากสุกรป่วยหรือจากสุกรที่หายป่วยจากโรคแล้ว การปนเปื้อนของเชื้อที่วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆที่ใช้ในฟาร์มรวมทั้งคนด้วย

 

            สิ่งที่ทำให้ทั้งสองโรคมีความแตกต่างกัน คือ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคที่เกิดจาก DNA virus ต่างจากโรคอหิวาต์สุกร ซึ่งเป็น RNA virus ซึ่งธรรมชาติของ DNA virus จะมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูงมาก ส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำลายเชื้อโรคหากพบการติดเชื้อในฟาร์มแล้วและเนื่องจากเชื้อนี้ซึ่งเป็น DNA virus มีขนาดใหญ่ทำให้ในปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตวัคซีนเพื่อการป้องกันโรคได้ทำให้เมื่อสัตว์ติดเชื้อแล้วมีอัตราการตายที่สูง นอกจากนี้โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังสามารถติดต่อจากเห็บอ่อน ซึ่งไม่พบในประเทศไทย จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าโรคทั้งสองมีความเหมือนและความแตกต่างกันในประเด็นสำคัญ 

 

            ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรเกิดความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร กรมปศุสัตว์จึงขอสรุปเป็นประเด็นความรุนแรงของโรค 4 ประเด็นเพื่อให้เกิดความรับรู้ที่ชัดเจนคือ ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนในการใช้ป้องกันโรค สุกรที่ติดเชื้อจะมีอัตราการตายสูงและเชื้อมีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูง

 

            อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่าได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคที่ดีตามมาตรฐาน GAP และหากเป็นรายย่อยให้ใช้มาตรฐานการป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ห้ามนำอาหารเหลือมาให้สุกรกินโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบแหล่งที่มาของสุกรก่อนเข้าฟาร์ม ร่วมกับการจัดการด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันการนำโรคเข้าสู่ฟาร์มได้

 

            นอกจากนี้ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วย เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังเป็นปื้นแดงและต่อมาเป็นสีเขียวคล้ำ ถ่ายเป็นเลือด พบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที หรือ call center 063-225-6888 หรือที่แอปพลิเคชั่น DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป