
"น้องเจ้าสัว"เลื่อนนัดรับทราบข้อหาฟอกเงิน
ดีเอสไอเผย"น้องสาวเจ้าสัวบุญชัย-เลขามูลนิธิอุบาสิกาจันทร์"แจ้งเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงิน เหตุต้องไปขึ้นศาลคดีเวิลด์พีชวัลเลย์เขาใหญ่. นัดใหม่ 19 ต.ค.
3 ตุลาคม 2561 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฟอกเงินจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำไปบริจาคให้พระธัมมชโยและเงินบางส่วนได้ถูกนำเข้าบัญชีมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
โดยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนกองคดีการเงินการธนาคารได้ออกหมายเรียกนางวรรณา จิรกิติ น้องสาวนายบุญชัย เบญจรงคกุล ในฐานะประธานมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และ น.ส.อารีพันธุ์ ตรีอนุสรณ์ เลขานุการมูลนิธิฯรวม 2 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงินในวันพรุ่งนี้( 4 ต.ค.) แต่นางวรรณา ได้ขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไปเป็นวันที่ 19 ต.ค.นี้. เนื่องจากต้องเดินทางไปขั้นศาลในคดีรุกพื้นที่ป่าสร้างศูนย์ปฎิบัติธรรมเวิลด์พีช วัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับไปยังพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารให้เร่งรัดการสอบสวนโดยให้สรุปสำนวนคดีได้ภายในเดือนต.ค.นี้ เนื่องจากคดีฟอกเงินจากสหกรณ์คลองจั่นแตกย่อยไปยังเครือข่ายพระอีกหลายส่วน จึงต้องเร่งดำเนินการให้คดีแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งรวมถึงการขายที่ดินให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ สำหรับทรัพย์ของกลางในคดีคลองจั่น ดีเอสไอได้ส่งมอบให้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่นฯไปแล้ว ในส่วนของพระธัมมชโยผู้ต้องหาตามหมายจับ ดีเอสไอก็ยังคงติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีอยู่ตลอด
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีของการก่อตั้งดีเอสไอ ได้ปรับปรุงภารกิจและอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการปรับปรุงการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลและรมว.ยุติธรรรม ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ 2.ทำคดีพิเศษให้มีความชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนกับงานตำรวจ
3.อำนวยความยุติธรรมคดีอาญาอื่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล และมีการปรับลดงานคดีพิเศษที่หมดความจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนและสอบสวนโดยใช้วิธีการพิเศษจากเดิมที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวน 37 ฉบับ กว่า 100 ฐานความผิด เหลือเพียง 23 กฎหมาย ประมาณ 50 ฐานความผิด โดยที่ผ่านมาดีเอสไอรับคดีไว้ทั้งหมด 2,531 คดี สอบสวนเสร็จแล้ว 2,162 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 369 คดี และยังมีเรื่องที่รับไว้สืบสวนก่อนรับเป็นคดีพิเศษ ถึง 2,778 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 2,662 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 116 เรื่อง
สำหรับการมอบหมายงานให้รองอธิบดีดีเอสไอทั้ง 4 คน. ได้แบ่งงานให้พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รับผิดชอบงานด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย อาชญากรรมด้านการเงิน การธนาคาร การภาษีอากร การฟอกเงิน การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ การคลัง กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 758 คดี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รับผิดชอบงานด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ประกอบด้วย อาชญากรรมที่เป็นความผิดข้ามชาติ องค์กรอาชญากรรม การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การค้ามนุษย์ อาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และอาชญากรรมพิเศษอื่นๆ กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 901 คดี
ส่วนรองอธิบดีใหม่ 2 คน คือ นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ให้รับผิดชอบงานด้านอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพย์สินทางปัญญา ประกอบด้วย อาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา กลุ่มนี้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 518 คดี ส่วนนายมณฑล แก้วเก่า ให้รับผิดชอบงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ประเภท อาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยกลุ่มดังกล่าวที่ผ่านมาได้มีการดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 354 คดี และขอให้มั่นใจว่ารองอธิบดีดีเอสไอจะทำคดีได้ทุกคนเพราะการสอบสวนทำในรูปแบบคณะกรรมการมีกองกฎหมายและที่ปรึกษาคดีพิเศษช่วยให้คำปรึกษาและยังมีอัยการร่วมสอบสวน โดยรองอธิบดีฯยังต้องถูกประเมินเคพีไอด้วย
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีพิเศษที่ดีเอสไอดำเนินการแล้วเสร็จนั้น เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าความเสียหายและผลประโยชน์ที่ปกป้อง รักษา เรียกคืนให้แก่รัฐ เอกชน และประชาชนมีมูลค่าถึง 400,821 ล้านบาทเศษ โดยแต่ละปีดีเอสไอใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาทเศษ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าดีเอสไอพร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนต่อไปแม้ว่าอำนาจสอบสวนคดีในความรับผิดชอบของดีเอสไอจะมีข้อจำกัดว่าต้องเป็นคดีที่มีความเสียหายจำนวนมากวงเงินตั้งแต่ 10-100 ล้านบาท แต่สามารถเข้าไปดำเนินการให้คดีที่มีผู้เสียหายตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป



