ข่าว

 ทีเอ็มเอเปิดโลก"เทคโนฯ-นวัตกรรม"

 ทีเอ็มเอเปิดโลก"เทคโนฯ-นวัตกรรม"

03 ต.ค. 2561

 ทีเอ็มเอเปิดโลก"เทคโนฯ-นวัตกรรม"ผนึกเครือข่ายพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน

 

              “น้ำ อาหาร ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ คือฐานของพีระมิดกว้างสุดในความต้องการของมนุษย์ก่อนก้าวมาสู่ขั้นที่สองการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน  และไปสู่ขั้นสุดท้ายเศรษฐกิจที่จะเติบโต เพราะฉะนัั้นอาหารและเครื่องดื่ม จึงมีความสำคัญอยู่ตรงฐานพีระมิดเลย”

 ทีเอ็มเอเปิดโลก"เทคโนฯ-นวัตกรรม"

             มาร์ค บัคลี่ ผู้ก่อตั้งบริษัท ANJA GmbH & Co, KG และ AlOHAS ECO-Center ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% ประเทศเยอรมนีกล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “Global Business Dialogue 2018 : Innovating the Sustainable Future” จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และภาคีเครือข่ายหลายองค์กร ระหว่างวันที่ 2-3 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมอนันตรา ราชดำริ โดยยกตัวอย่างทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์มาเปรียบเทียบความต้องการของมนุษย์เพื่อก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ซึ่งงานนี้ได้รวบรวมผู้มีชื่อเสียงจากทั้งในและต่างประเทศที่มากด้วยประสบการณ์ในการช่วยเหลือสังคมให้ก้าวสู่ Sustainable Development Goals(SDGs) มาร่วมเผยแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์โลกให้ยั่งยืน

             โดยมีกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในแอฟริกา เยอรมนี และประเทศไทย มาแชร์ประสบการณ์เรื่องการบริหารจัดการอาหารไม่ให้เหลือทิ้ง การทำธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสร้างพลังงานหมุนเวียนสำหรับชุมชนและการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้เนื้อหาได้ครอบคลุมถึงความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย

              มาร์ค กล่าวต่อว่า การเกิดวิกฤติของโลกแต่ละครั้งทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ ล้มหายตายจากไปมากมาย แต่สิ่งที่อยู่รอดได้มาตลอดก็คืออุตสาหกรรมการเกษตร ดังนั้นจึงควรมีการปฏิรูปอุตสาหกรรมภาคการเกษตรโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก โดยเน้นการผลิตในทิศทางที่ถูกต้อง เนื่องจากในกระบวนการผลิตอาหารนั้นมักจะมีส่วนที่เหลือทิ้งประมาณ 1 ใน 3 ของกระบวนการผลิต ซึ่งน่าเสียดายน่าจะนำส่วนนี้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าทำให้เกิดประโยชน์ได้อีกมากมายมหาศาล

             “ในทุกๆ การผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มก็จะมีของเหลือจากการผลิตประมาณ 1 ใน 3 มันก็ถูกทิ้งไปโดยไม่ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่ของเหลือถูกทิ้งไปเท่านั้น แต่ได้ทิ้งพลังงานของคนไปด้วย”

                มาร์คได้ยกตัวอย่างประเทศจีน คนส่วนใหญ่ยังมีความยากจน มีรายได้น้อย การบริโภคจึงเน้นอาหารที่มีราคาถูก ถึงแม้อาหารเหล่านี้จะมีคุณภาพต่ำก็ตาม โดยคนกลุ่มนี้ไม่ได้สนใจว่าอาหารเหล่านี้มีผลต่อร่างกายหรือไม่ ขณะเดียวกันราคาไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่กระบวนการผลิตสำคัญมากกว่า บางครั้งบริษัทพยายามลดต้นทุนการผลิตให้น้อยที่สุดเพื่อหวังกำไรที่สูง แต่สุดท้ายต้นทุนที่ถูกกลับไปทำลายสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

             “ยกตัวอย่างเมื่อเราจับปลา เราก็เลือกเฉพาะปลาที่เราต้องการ โดยสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เราไม่ต้องการก็ทิ้งมันไป แต่ตอนนี้มีสเปกตรัมเน็ตที่เป็นแสงสี ก็ได้มีการศึกษาในเหล่าผู้เชี่ยวชาญว่าสิ่งชีวิตสปีชี่ใดมองแสงสีอะไรที่จะทำให้สัตว์สปีชี่นั้นมาติดแหอวน ต่อไปเราอยากจับสัตว์น้ำชนิดใด ก็ใช้แสงสีนั้นเป็นตัวล่อ จะได้ไม่ทำให้สัตว์น้ำอื่นที่ไม่ต้องการเสียหายไปด้วย”

                 มาร์คมองอีกว่า สิ่งทีี่ผลิตมาแล้วนั้นวันหนึ่งก็จะกลายเป็นขยะ จึงจำเป็นต้องคิดหาวิธีการว่าจะนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไร ซึ่งในภาคธุรกิจเวลาเราจะผลิตอะไรขึ้นมาสักชิ้น ผู้ผลิตจะต้องมีความรับผิดชอบด้วยว่าจะเอาไปย่อยสลายได้อย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภค  อย่างเช่นบริษัทผลิตเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่อย่าง โค้ก เป๊ปซี่ ควรจะเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้เช่นขวดแก้ว หรือไม่ก็ควรให้ผู้บริโภคนำภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์มาเอง จะได้ไม่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

               “ในทางธุรกิจถ้าเราจะผลิตอะไรขึ้นมาสักอย่าง เราต้องคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่เราผลิตขึ้นมานั้นจะสามารถนำไปย่อยสลายหรือนำกลับมาใช้ใหม่อย่างไรได้บ้าง เจ้าของธุรกิจหรือผู้ผลิตจะต้องช่วยคิดแทนผู้บริโภคด้วย อย่างบริษัทโคคา โคล่า แทนที่จะผลิตโค้กกระป๋องอลูมิเนียมหรือพลาสติกก็ผลิตเป็นขวดแก้วแทนหรือให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์ไปใส่เองก็ได้ แทนที่ไปซื้อโค้กแล้วได้บรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ มาเรื่อยๆ เพราะการที่ผู้ผลิตอยากผลิตสินค้าลดต้นทุนน้อยทีี่สุด แม้จะทำให้คนอยากซื้อของมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ววิธีการคิดนี้มันไม่ยั่งยืน เพราะจะมีต้นทุนอื่นเพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม” เจ้าของบริษัท ANJA ย้ำ  

                 ขณะที่  ธรรมศักดิ์ จิตติมาพร ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล ในฐานะรองประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย(TMA) กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดประชุม โดยระบุว่าปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทุกอย่างได้ถูกเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ได้อย่างไม่จำกัด ก่อให้เกิดความยั่งยืนกับสิ่งต่างๆ มากมายบนโลกใบนี้ ซึ่งมิตรผลอยู่ในประเทศไทยมา 62 ปีแล้ว ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมน้ำตาลและพลังงานชีวมวล เราเองได้พยายามสิ่งต่างๆ เพื่อให้่เกิดความยั่งยืนตลอดมา

              "อย่างเรื่องเทคโนโลยีที่เราได้ทำในช่วงที่ผ่านมา เราได้เข้าร่วมการผลิตน้ำตาลโดยใช้มาตรฐานบองซูโก้ มาตรฐานความยั่งยืนเพื่อโลกเพื่อเรา ก็คือเอาเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมมาบาลานซ์เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืน อย่างเช่นการเข้าไปจัดการเตรียมดินในการปลูกอ้อย ไปดูว่าจะใช้พันธุ์อ้อยแบบไหนจึงจะเติบโตได้ดี การเฝ้าดูแลการเจริญเติบโตของอ้อยโดยการลดการใช้สารเคมีหรือแม้กระทั่งการเก็บเกี่ยวโดยใช้เทคโนโลยีการนำส่งสู่โรงงานรวมถึงการผลิตนำสู่ผู้บริโภคด้วย”

   

         จากผลการดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าว ทำให้มิตรผลได้รับรางวัลบองซูโก้อวอร์ดที่ประเทศบราซิลเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการรณรงค์ลดการเผาทำลายอ้อยก่อนที่จะตัด ซึ่งจะช่วยทำให้ลดการเกิดคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ รวมไปถึงนำเสนอการทำฟาร์มสมัยใหม่ที่เรียกว่าโมเดิร์นฟาร์มให้เกษตรกร ส่งผลทำให้ได้ผลผลิตที่ดีจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งจากเดิมผลผลิตที่เคยได้รับโดยเฉลี่ย 10 ตันต่อไร่ จนถึงขณะนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ตันต่อไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทำไร่อ้อยเฉพาะของมิตรผลเองจากเดิมมีประมาณ 1 หมื่นไร่ ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเกือบ 2 แสนไร่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้ชาวไร่มีความยั่งยืนในการทำเกษตร

             “อีกตัวอย่างที่มิตรผลได้ทำและทางรัฐบาลเองก็ได้สนับสนุนเพื่อให้เกิดไบโออีโคโนมี มิตรผลพยายามให้เกิดการพัฒนาโดยการนำวัตถุดิบคืออ้อยนอกจากนำมาผลิตน้ำตาลและพลังงานชีวมวลแล้วยังพัฒนากระบวนการที่ได้จากการผลิตน้ำตาลและพลังงานชีวมวลออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นไบโอโปรดักท์ และไบโอเทคโนโลยี ซึ่งตอนนี้เราได้นำสิ่งเหล่านี้มาทำเป็นอาหารคนส่วนหนึ่ง อาหารสัตว์ส่วนหนึ่ง แล้วก็ยังนำมาเป็นส่วนผสมเวชภัณฑ์เวชสำอาง รวมไปถึงการผลิตอาหารทางการแพทย์ในอนาคตด้วย” บอสใหญ่กลุ่มธุรกิจใหม่ มิตรผล กล่าวทิ้งท้าย