
จี้พาณิชย์งัดมาตรการดูแลราคาข้าวตก
นายกฯ จี้พาณิชย์ดูแลราคาข้าวตกต่ำ ระบุรัฐอนุมัติ 6 มาตรการไปแล้ว เร่งงัดบางเรื่องมาใช้ในเดือนพ.ย.นี้ พร้อมให้รับซื้อข้าวที่ราคาอ้างอิงให้ตลาดมีความเคลื่อนไหว ลดช่องว่างกับราคาอ้างอิง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำว่า รัฐบาลได้อนุมัติ 6 มาตรการเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพไปแล้ว และได้เร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการบางมาตรการจะสามารถเริ่มได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ ยังเข้าไปรับซื้อข้าวที่ราคาอ้างอิง เพื่อให้ตลาดมีการเคลื่อนไหว โดยรัฐบาลจะเข้าไปบริหารตลาด ไม่ให้มีช่องว่างของราคาอ้างอิง เพราะปัจจุบันจะประกาศราคาอ้างอิงทุก 15 วัน แต่ต่อไปอาจจะต้องประกาศราคาอ้างอิงให้ถี่ขึ้น ควบคู่กับกับการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือ หากราคาอ้างอิงห่างจากราคาจริง จะมีผลทำให้เกษตรกรรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะราคาอ้างอิงกับราคาซื้อขายไม่ตรงกัน รัฐบาลจึงต้องเข้าไปรักษาเสถียรภาพ ซึ่งเป็นธรรมดาที่โครงการใหม่และโครงการใหญ่จะมีคนเข้าใจ แต่รัฐบาลก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจให้มากที่สุด
ส่วนกรณีนายกสมาคมโรงสีเสนอให้รัฐบาลรับซื้อข้าวโดยตรง ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดนั้น หากรัฐบาลเข้าไปแทรกแซงในลักษณะที่ฝืนให้สูงกว่าราคาตลาด ปัญหาก็จะย้อนกลับไปอยู่ในสภาพเดิม การซื้อตามราคาอ้างอิงเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว เพราะเกษตรกรจะได้ส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับราคาตลาดอยู่แล้ว
"หากกังวลว่าเกษตรกรอาจจะขายข้าวได้ในราคาตันละ 5,500 บาท แต่ราคาอ้างอิงกลับอยู่ที่ 8,400 บาท อาจจะมีปัญหานั้น มองว่า ราคาอ้างอิงได้ปรับลงมาแล้วที่ 8,400 บาท สำหรับข้าวที่มีความชื้น 15% แต่ปกติราคาข้าวจะขายได้ราคาตันละต่ำกว่า 7,000 บาทเล็กน้อย หากยังมีช่องว่างตรงนั้นอีกแสดงว่ามีปัญหาในพื้นที่ ซึ่งตรงนี้กระทรวงพานิชย์จะต้องเข้าไปดูแล แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้าไปแทรกแซงราคาให้สูงกว่าราคาอ้างอิง" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ขณะที่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ เพื่อทำพิธีกดปุ่มโอนเงินชดเชยการประกันราคาข้าวโพดลอตแรกให้แก่เกษตรกรกว่า 3,000 ราย เป็นเงิน 55 ล้านบาท



