
ปรับโฉม "ราชมังคลากีฬาสถาน"
รับศึกลูกหนัง ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย นำกระเช้าดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีกับ “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนใหม่ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท.
“บิ๊กก้อง” กล่าวว่า กีฬาฟุตบอลถือเป็นกีฬายอดนิยมสำหรับคนไทย ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้กำลังพัฒนามาได้อย่างถูกทาง มีแนวโน้มไปในทางที่ดี มีการพัฒนาบุคลากรต่างๆ รวมไปถึงสร้างนักกีฬาเยาวชนขึ้นมา ซึ่ง กกท. พร้อมที่จะร่วมทำงานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลด้วยการนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปปรับใช้กับสมาคมเพื่อพัฒนานักกีฬาไม่ว่าจะเป็นด้านโภชนาการ สรีระ หรือเทคนิคต่างๆ มาช่วยในการพัฒนานักกีฬาฟุตบอลไทยให้ดียิ่งขึ้น
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีของวงการกีฬาไทยที่ได้คนที่มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ และรู้ว่าควรจะพัฒนาวงการกีฬาไทยไปในทิศทางใด เข้ามาเป็นผู้นำวงการกีฬาไทย ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลพร้อมที่จะพัฒนาและผลักดันวงการฟุตบอลตั้งแต่ระดับรากหญ้าคือบรรดาเยาวชนต่างๆ ให้ความสำคัญกับฟุตบอลรุ่นเยาวชนให้มาก อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะผลิดอกออกผล แต่เชื่อว่าการทำงานต่างๆ จะไม่สามารถดำเนินไปได้หากขาดความร่วมมือจากกกท.
ทั้งนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในปี 2020 ซึ่งเป็นการคัดเลือกตัวแทนทีมลูกหนังของทวีปเอเชีย ไปโอลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” โดยราชมังคลากีฬาสถาน จะต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) นั้น บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า เชื่อว่า กกท.รู้ดีว่าระยะเวลาการทำงานเป็นอย่างไร จะมีการวางแผนการทำงานเพื่อเตรียมการรับมืออย่างแน่นอน ในขณะที่ ดร.ก้องศักด กล่าวว่า สนามแข่งขันถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก อยากพัฒนาสนามในเมืองไทยให้ได้มาตรฐาน เพราะจากที่ไปดูมาหลายๆ แห่งในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ หรืออินโดนีเซีย ถือว่านำหน้าไทยไปค่อนข้างมาก ดังนั้นไทยจะต้องกลับมาปรับปรุงให้ดีเพื่อที่ในอนาคตจะสามารถจัดการแข่งขันในระดับโลกได้



