
สามี-ลูก 'ยายตกท่อ' ไม่ติดใจเอาผิดใคร
คืบหน้าคดียายตกท่อ สามีไม่ติดใจ ส่วนลูกสาวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข
สมุทรปราการ - สามีและลูกสาวหญิงวัย 69 ตกท่อระบายน้ำเสียชีวิต ยอมรับเป็นอุบัติเหตุ ไม่ติดใจเอาผิดกับใคร ขอเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข
จากกรณีที่นางวาสนา ฮั้นสกุล อายุ 69 ปี ที่เดินเก็บของเก่าตามถังขยะที่วางอยู่ข้างถนน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และเกิดพลัดตกท่อระบายน้ำที่มีฝาปิดไว้เพียงครึ่งเดียว จมน้ำเสียชีวิต ท่ามกลางความเศร้าโศกของนายคณิต ฮั้นสกุล อายุ 68 ปี ผู้เป็นสามี ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 161/103 ซึ่งตั้งอยู่ท้ายซอยที่เกิดเหตุ
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 161/103 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่พักของนางวาสนา ผู้ตาย ที่พักอาศัยอยู่กับนายคณิต ผู้เป็นสามีเพียง 2 คน ได้พบนายคณิต ออกมายืนตากฝนรอรับ น.ส.วาณีวรรณ ฮั้นสกุล อายุ 35 ปี บุตรสาว ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดนนทบุรี
พร้อมทั้งกล่าวว่า ปกติแล้วตนและผู้ตายพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันเพียง 2 คน ส่วนลูกๆ ได้แยกย้ายกันไปทำงานที่ต่างจังหวัด โดยลูกชายคนโตไปขับรถอยู่แถบภาคใต้ ส่วนลูกสาวไปทำงานอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ที่บ้านนี้จึงเหลือเพียงตนและผู้ตายพักอาศัยกันเพียง 2 คนเท่านั้น แต่หลังจากนี้ไปก็คงต้องอยู่ลำพังเพียงคนเดียว
ส่วนการเสียชีวิตของภรรยาในครั้งนี้ ตนเองไม่ติดใจเอาความใครเพราะเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ซึ่งปกติตนจะเป็นคนตื่นเช้า แต่วันนี้ตื่นสาย และมีรถจักรยานยนต์รับจ้างขับมาบอกตนที่บ้านว่า พบเห็นภรรยาตนพลัดตกท่อระบายน้ำหมดสติอยู่ที่กลางซอยในหมู่บ้าน ตนจึงรีบเดินออกมาดู สภาพที่เห็นครั้งแรกภรรยาตนนอนคว่ำหน้าอยู่ ขาข้างขวาตกลงไปในท่อระบายน้ำ ส่วนขาข้างซ้ายอยู่ด้านบน หมดสติอยู่
ตอนแรกไม่มีใครกล้าจับ แต่พอเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาถึง จึงได้ช่วยกันอุ้มขึ้นมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว และในวันพรุ่งนี้ก็จะนำศพนางวาสนา ไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดบางโฉลงนอก ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยจะตั้งสวดพระอภิธรรม 5 คืน ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจ
ด้าน น.ส.วาณีวรรณ บุตรสาวผู้ตาย ได้กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขให้ดีกว่านี้ อยากให้เคสของแม่ตนเป็นอุทาหรณ์ เพราะเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตนเองก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากหลังจากทราบข่าวจนทำอะไรไม่ถูก เพราะคิดว่าแม่เราจะต้องมาเป็นอย่างนี้ เพราะปกติก็แข็งแรงดี และพอมาเป็นอย่างนี้ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลและเอาใจใส่สักนิดหนึ่ง หน่วยไหนก็ได้
และเท่าที่ทราบจากพนักงานสอบสวน เจ้าของคดีว่า เราไม่ได้มีค่าส่วนกลางและไม่ได้เป็นรูปแบบของนิติ เพราะเราไม่ได้เสียค่าส่วนกลางเราก็ฟ้องร้องเอาผิดใครไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าในจุดที่เกิดเหตุใครเป็นผู้ดูแล แต่ในฐานะที่ตนเป็นลูกของผู้ตาย ก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไขโดยเร็ว อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ตนเป็นอุทาหรณ์ครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้ไปเกิดขึ้นกับใครอีก เพราะมันเป็นความสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
โดย สุธินันท์ คงสินธ์



