ข่าว

กฤษฎีกาฟันธงถอดยศทักษิณสตช.รับลูก

กฤษฎีกาฟันธงถอดยศทักษิณสตช.รับลูก

27 ต.ค. 2552

"กฤษฎีกา" สั่งถอดยศทักษิณ-เรียกคืนเครื่องราชฯ หลังถูกศาลฎีกาฯ สั่งจำคุกคดีที่ดินรัชดาฯ ขณะที่ สตช.เตรียมดำเนินการตามความเห็น เสนอสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ

 วันที่ 27 ตุลาคม รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เรื่องแนวทางการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถอดยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จากความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 (1) วรรคสาม และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง กรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ จึงเป็นเหตุในการพิจารณาถอดยศตำรวจ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547

 ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่าเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ไม่ว่าเป็นคำพิพากษาของศาลใด ย่อมอยู่ในหลักเกณฑ์ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ รวมไปถึงการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548

ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลังศาลตัดสินจำคุกว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานกำลังพล เสนอไปยังพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. สรุปแล้ว แต่พล.ต.อ.พัชรวาทเห็นว่า เรืองนี้เกี่ยวข้องกับระเบียบข้อกฎหมาย ขณะเดียวกันเป็นกรณีที่ไม่เคยมีปรากฎมาก่อน อัตราโทษเป็นความผิดตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปรามปรามการทุจริต จึงสั่งการให้พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช. ก.ตร. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานดูแลเรื่องกฎหมายและรู้เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ เป็นอย่างดี รับเรื่องไปพิจารณาในข้อกฎหมาย ซึ่งทราบว่า ในระดับนี้ได้เสนอให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พิจารณาก่อนจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ

 “กรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ เนื่องจากเป็นความผิดอาญานักการเมือง ซึ่งผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ต้องการดำเนินการอย่างรอบคอบที่สุด จึงได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เมื่อตีความออกมาแล้วเป็นอย่างนี้ทุกอย่างก็จบ ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยเสนอสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป ”แหล่งข่าวกล่าว

 นอกจากนี้ การถอดยศจะต้องดำเนินการพร้อมกับการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้รับขณะที่รับราชการเป็นตำรวจ และได้รับเมื่อเป็นรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งการเรียกคืนเครื่องราชย์ฯ เมื่อครั้งรับราชการเป็นตำรวจ ทาง ตร.ได้ดำเนินการแล้ว แต่เครื่องราชย์ฯ ในสมัยที่รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีและนายกฯ นั้น ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการ

 ด้านพล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รรท.ผบก.กพ. กล่าวถึงเรื่องนื้ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งตามขั้นตอนแล้วหากมีหนังสือส่งมา ก็จะเสนอให้พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาว่าหนังสือครบถ้วนตามหลักเกณฑ์หรือไม่ หลังจากนั้นจะสั่งงานตามสายงานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 “การได้รับเครื่องราชย์จะได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ซึ่งการที่จะถอดเครื่องราชย์ฯ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ไป” พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ กล่าว