
พื้นที่เป้าหมายและอานิสงส์..'ป.20 : 30'
วงการตำรวจกลับมาคึกคักอีกครั้ง นับตั้งแต่เกิดสุญญากาศและวิกฤติการณ์ อันสืบเนื่องมาตั้งแต่การชี้มูลความผิดการสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 จนถึงเรื่องวุ่นๆ ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.กับฝ่ายการเมือง ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับตำแหน่ง ผบ.ตร
ในขณะที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามบ่อนการพนันและอบายมุขของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.กำลังเดินหน้าจัดระเบียบสังคม อีกฟากฝั่งหนึ่งก็เกิดเสียงกระซิบกระซาบถึงความไม่ชอบมาพากล พาลให้ตำรวจหลายคนหวาดหวั่นจิตตก บ้างขบคิดวิเคราะห์เป็นตุเป็นตะกลายเป็นเรื่องราวและที่มาของ "ปฏิบัติการ 20 : 30" นัยว่าเพื่อสนองนีด (NEED) ของฝ่ายการเมือง ที่จะเขี่ยผู้กำกับการพื้นที่ทำเลทอง 20 นาย และรองผู้กำกับการกับสารวัตรอีก 30 ตำแหน่งพ้นพื้นที่ เพื่อดันคนของตัวเองเข้าไปดูแลแหล่งผลประโยชน์เหล่านี้
ว่ากันว่าข่าวลือสะพัดไกลกว่าข้อเท็จจริงหลายเท่า วันนี้แวดวงสีกากีในกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เลยครึกครื้นคึกคักตื่นตัวกันอย่างที่สุด มีการตรวจสอบจากสายข่าวสายต่างๆ ถึงความเป็นไปได้ หนักข้อถึงขั้นมีข่าวออกมาทำนองว่า มีการตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ทำเลทองแต่ละแห่งว่า เคยถูกดำเนินคดีทางวินัยมาก่อนหรือไม่ ถ้ามีและโดนอีกครั้งก็เท่ากับมีความบกพร่องต่อหน้าที่เต็มๆ เปรียบไม่ผิดอะไรกับนักฟุตบอลที่ได้ 2 ใบเหลืองเท่ากับ 1 แดงต้องถูกไล่ออกจากสนาม (ฮา)
ในวงกอซซิป (Gossip) มีการยกกรณี พ.ต.อ.อนุรักษ์ นาคพนม ผกก.สน.ห้วยขวาง ที่ถูกชุดเฉพาะกิจเข้าไปจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่มาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเป็นครั้งที่ 3 ทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไงก็คงรักษาเก้าอี้ไว้ยาก
พร้อมกันนี้ วงการสีกากีในนครบาลต่างพากันวิเคราะห์ถึงพื้นที่ทำเลทองเป้าหมายของฝ่ายการเมือง กระทั่งมีรายชื่อสถานบันเทิงและสถานประกอบการที่อยู่ในข่ายเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดปรากฏออกมาลับๆ แจกแจงได้ ดังนี้
ลำดับที่ 1 ร้านนัวว์ ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินโรงแรมชื่อดัง ถนนรัชดาใกล้สี่แยกห้วยขวาง, ร้านบาหลี รัชดาภิเษกซอย 4, ร้านเรดโซน ตรงข้ามโรงแรมปีปอินน์ ถนนเทียมร่วมมิตร, ร้านกราวน์ซีโร่ ใกล้สี่แยกเหม่งจ๋าย ถนนเทียมร่วมมิตร, ร้านมัลดิฟ ใกล้แยกเหม่งจ๋าย ถนนประชาอุทิศ เขตรับผิดชอบ สน.ห้วยขวาง ลำดับที่ 2 ร้านสลิมและร้านบาร็อก ย่านอาร์ซีเอ ท้องที่ สน.มักกะสัน ลำดับที่ 3 ร้านห้องนั่งเล่น และร้านปะการัง สี่แยกถนนประชาชื่น ท้องที่ สน.ประชาชื่น ลำดับที่ 4 ร้านกระแดะ ตั้งอยู่ชั้น 4-5 ตึกเดอะบีท ถนนรัชดา ใกล้โรงแรมชื่อดัง ซึ่งถูกชุดเฉพาะกิจเข้าจับกุมไปก่อนหน้าแล้ว, ร้านฟ็อกซี่ ซอยโรงแรมบางกอก ถนนรัชดา และร้าน 13 เหรียญ รัชดาภิเษกซอย 18 สน.สุทธิสาร
ลำดับที่ 5 ร้าน ป.กุ้งเผา สาขาหลักสี่ พื้นที่ สน.บางเขน ลำดับที่ 6 ร้านแซดทูบาร์ ซอยรามคำแหง 39 สน.วังทองหลาง ลำดับที่ 7 ร้านนาซีซัส ซอยสุขุมวิท 23 สน.ทองหล่อ ลำดับที่ 8 ร้านคิวบาร์และร้านแบล็คซัปเปอร์คลับ ซอยสุขุมวิท 13 สน.ลุมพินี ลำดับที่ 8 ร้าน ป.กุ้งเผา สาขาอุดมสุข สน.บางนา ลำดับที่ 9 ร้านสวิงและร้านสไปซี่ ติดไปรษณีย์รองเมือง ซอยรองเมือง 1 สน.ปทุมวัน ลำดับที่ 10 ร้าน ป.กุ้งเผา สาขาปิ่นเกล้า สน.บางยี่ขัน ลำดับที่ 11 ร้านตองเอ ซอยเพชรเกษม 31/3, ร้านน้าศาล หัวมุมเพชรเกษม 36/1 ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดัง สน.ภาษีเจริญ
ทั้งหมดเป็นสถานประกอบการที่ปรากฏชื่ออยู่ในข่ายเฝ้าจับตามองเป็นพิเศษ ส่วนแหล่งอบายมุขอื่นๆ เช่น บ่อนการพนันใหญ่ๆ ขึ้นชื่อลือชาในกรุงเทพฯ นั้นปัจจุบันปิดตัวเงียบเชียบ ยังเหลือก็คงแต่บ่อนผ้าถุง ที่ลักลอบเล่นกันตามชุมชนต่างๆ เหมือนกับบ่อนไฮโลของ สน.ท่าเรือ ที่ถูกจับกุมไปแล้ว รวมถึงจับยี่กีหรือหวยปิงปอง หลังจากมีข่าวปฏิบัติการ 20 : 30 ตำรวจท้องที่ต่างเข้มงวดกวดขันตรวจตราถี่ยิบ จนบรรดาการพนันทั้งหลายนี้ต้องขยับขยายจากในเมืองไปอยู่ตามชานเมืองเขตรอยต่อระหว่าง บช.น.กับตำรวจภูธรภาคแทน
ถึงแม้จะเป็นการคาดเดาและคาดการณ์กันไปต่างๆ นานาถึงวัตถุประสงค์ของชุดเฉพาะกิจ กระนั้นก็ดีทุกวันนี้วงการตำรวจก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มงวด คึกคัก เจ้าของท้องที่ตำแหน่งหลักๆ ออกตรวจสอบพื้นที่และเข้มงวดกวดขันให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบกันจ้าละหวั่น จากเดิมผู้กำกับการหัวหน้าสถานีหลังเที่ยงคืนก็จะหยุดตรวจ โดยมอบหมายให้ร้อยเวรปราบปรามหรือร้อยเวรสืบสวน ออกตรวจสถานบริการว่าปิดแล้วหรือยังเพียงแค่นั้น แต่ตอนนี้ต้องออกตรวจด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าสถานบริการปฏิบัติตามกฎหมาย
"บางแห่งเจ้าของร้านดื้อ พอตำรวจกลับก็แอบเปิดอีก ต้องวนกลับมาดูอีกให้แน่ใจ บางคืนต้องออกตรวจยันตีสี่ตีห้า" เสียงสนทนาจากวงนายตำรวจชั้น ผกก.ดังขึ้น
ไม่เฉพาะแค่ผู้กำกับการเท่านั้น แม้แต่รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) หรือตัวผู้บังคับการ (ผบก.) เองก็ยังต้องนั่งรถออกตรวจด้วยตัวเอง ดังนั้น ค่ำคืนนี้ประชาชีคงนอนหลับ เพราะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั่งรถออกตรวจตราเหมือนกับสวนสนามครั้งใหญ่ก็ไม่ปาน (ฮา ฮา)



