
รายงาน-ขบวนการ"ทรยศชาติ"?
"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ดูจะปลื้มใจและสะใจไม่น้อย ที่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ด้วยน้ำมือของตัวเอง
"เห็นคุณอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมยุบสภาและเลือกตั้งคราวหน้า ผมเลยอยากจะขอให้ยุบเลยครับ เพราะตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ”
ภูมิใจที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ตกอยู่ในสภาพ "เสมือนคนไร้ความสามารถ" จากระเบิดที่ตัวเองจงใจโยนใส่ทุกวัน
แต่ขณะที่อีกมุมหนึ่งก็สะท้อนได้ชัดเจนอีกเหมือนกันว่า "ทักษิณ" ดูจะเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา และอาฆาตมาดร้ายน่าดู ที่ได้เห็นคู่แข่งทางการเมืองของตัวเองโชว์ศักยภาพในเวทีอาเซียน
“เมื่อคืนนี้มีผู้นำท่านหนึ่ง ที่ไม่ใช่ท่านฮุนเซนโทรมาบ่นว่า งานประชุมครั้งนี้เหนื่อยมาก เพราะเจ้าภาพชอบพีอาร์ตัวเอง เลยมีพิธีการเยอะไปหน่อย"
แน่นอนว่า "ทักษิณ" คงรู้สึกริษยา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะหากไม่โดนรัฐประหารไปซะก่อน เวทีนี้ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ตัวเขาจะได้ "พีอาร์ตัวเอง" อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูไปแล้ว
นอกจากนั้น "ทักษิณ" ก็ดูจะมีเวลาว่างมากไปหน่อย เพราะเห็นขยันทวิตข้อความเสียดสีมาแทบทุกวัน ไม่นับวิดีโอลิงค์ที่ถี่ยิบ
คล้ายกับคนกำลังอยู่ในอาการ "สติแตก" ยังไงยังงั้น !!!
แต่งานนี้ ไม่รู้ว่าลิ่วล้อลูกสมุนที่กระจายอยู่ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟังอย่างรอบด้านหรือเปล่าว่า ปฏิกิริยาสะท้อนกลับหลังจากสร้าง "ผลงานอัปยศ" ครั้งนี้ออกมาแนวไหน อย่างไร?
เพราะในขณะที่ "ทักษิณ" กำลังหลงใหลได้ปลื้มกับท่าทีแข็งกร้าว ราวกับสะกดคำว่า "มารยาททางการทูต" ไม่เป็น ของ "ฮุนเซน"
เรตติ้งของ "ฮุนเซน" ก็ตกลงในทันที โดยเฉพาะเมื่อหาญกล้ายก "ทักษิณ" เทียบกับหญิงแกร่งแห่งพม่าที่ชื่อ "ออง ซาน ซูจี"
นั่นหมายความว่า เรตติ้งของ "ทักษิณ" ในเวทีโลกก็ได้รับผลจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับนี้ไปเต็มๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่เพียงแค่ "ทักษิณ" คนเดียวเท่านั้น ที่พยายามหลอกตัวเองว่าเกมที่ตัวเองกำลังเล่นอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และไม่น่ารังเกียจ
หากแต่ลิ่วล้อลูกสมุนทั้งหลาย ก็ล้วนพูดภาษาเดียวกัน ไม่ต่างจาก "นายว่าขี้ข้าพลอย"
ยกตัวอย่างคนที่เคยเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว อย่าง "นพดล ปัทมะ" ก็ยังแยกไม่ออกว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องการเมือง เรื่องไหนเป็นเรื่องการทูต และควรจะนำมาเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
“นายอภิสิทธิ์ ไม่ควรเอาเรื่องทางการทูตมาแก้ปัญหาการเมืองของตัวเอง พ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฮุนเซน เป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน มีมิตรภาพที่ดีให้กัน ความอยุติธรรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่เข้าใจ แต่คนต่างชาติก็เห็นใจ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเลือกระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศ”
น่าเสียดายที่ "นพดล" ทั้งเคยเป็นรมว.ต่างประเทศ และยังเคยเป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงมาแล้ว แต่กลับใช้วิจารณญาณไปในทาง "ขาดจิตสำนึก"
เพราะหากมีจิตสำนึกจริงแล้ว "นพดล" ก็จะรู้ได้ทันทีว่า...ใครกันแน่? ที่เอาเรื่องทางการทูตมาแก้ปัญหาทางการเมืองของตัวเอง
ใครกันแน่? ที่เอาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนทางธุรกิจ มาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
และ...ใครกันแน่? ที่ทำได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนของตัวเองทั้งทางการเมือง และธุรกิจ
เช่นเดียวกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนปัญญาชนคนเดือนตุลา อย่าง "จาตุรนต์ ฉายแสง" ที่หลงยึดติดกับคำว่า "วีรบุรุษประชาธิปไตย" อย่างไม่ลืมหูลืมตา
เอะอะอะไรก็เรียกร้องประชาธิปไตย โดยไม่เคยนึกย้อนไปว่าตัวเองร่วมสังฆกรรมอยู่กับ "เผด็จการรัฐสภา" มาตั้ง 4-5 ปี
ล่าสุดก็ออกมาต่อว่ารัฐบาลไทยในทำนองไม่ให้เกียรตินายกฯ กัมพูชาในฐานะ "แขกของประเทศ"
แต่กลับสนับสนุนการกระทำ "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน" ของอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคน
ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีแก่ใจว่า การเดินสายพบผู้นำ 3 ประเทศเพื่อนบ้านนั้น มีจุดประสงค์ใด "แอบแฝง" อยู่
หาใช่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สร้างความสมานฉันท์ หรือสร้างความสงบให้แก่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างที่โพนทะนาอยู่ไม่
ตรงกันข้าม "จาตุรนต์" ก็ควรจะจำได้ว่า "รัฐบาลทักษิณ" ไม่ใช่หรือที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความร้าวฉานในประเทศ
เป็น "ทักษิณ" มิใช่หรือ ที่เอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่ามหาศาล มาผสมปนเปกับการเมืองระหว่างประเทศ จนเกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาจนวันนี้
และก็เป็น "บิ๊กจิ๋ว" ไม่ใช่หรือ ที่สมัยเป็นรมว.มหาดไทย ในรัฐบาลชวน 1 ก็เกิดเหตุเผาโรงเรียนลอตใหญ่ 33-38 โรง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2536 ท่ามกลางกระแสข่าว "รัฐบาลถูกวางยา"
ขณะเดียวกันก็เป็นรัฐบาลทักษิณ ที่มีคนชื่อ "บิ๊กจิ๋ว" ร่วมในครม. ด้วยไม่ใช่หรือ ที่ทำให้สถานการณ์ภาคใต้รุนแรง และบานปลายจาก "นโยบายฆ่าตัดตอน" มาจนวันนี้
แล้ว "จาตุรนต์" จะมาหวังบทบาทอะไรของ "บิ๊กจิ๋ว" ที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์เพื่อชาติ ทั้งๆ ที่ในสมัยที่ตัวเองมีอำนาจ แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้
ถ้า "จาตุรนต์" ไม่ได้หวังผลในจุดประสงค์แอบแฝงของตัวเองกับพรรคพวกนิยมซ้าย ที่ตั้งหน้าตั้งตา "ล้มอำมาตย์" ให้ได้ จนเกินไปนัก
"จาตุรนต์" ก็น่าจะได้เห็นว่า...ใครกันแน่? ที่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการประชาธิปไตยไทย
เพราะหาไม่แล้ว "จาตุรนต์" เองนั่นแหละ ที่จะถูกสังคมตั้งคำถามว่า สมรู้ร่วมคิดกับขบวนการ "ทรยศชาติ" !!!
โต๊ะข่าวการเมือง สำนักข่าวเนชั่น



