ข่าว

พขร.โวยโดนวางยารถไฟเกือบชนกัน

พขร.โวยโดนวางยารถไฟเกือบชนกัน

28 ต.ค. 2552

ระทึก รถไฟขบวนพัทลุง-สุไหงโก-ลก ออกจากสถานีหาดใหญ่ แค่ 300 เมตร ฝ่าสัญญาณไฟ-ประแจล็อก หวิดชนขบวนลังกาวี-หาดใหญ่ พขร.โวยโดนวางยา "ขัดขวางทางเทคนิค" สหภาพได้ทีเย้ยคนขับส่วนกลางไม่ชำนาญ ฮือล้อมหัวรถจักรหวิดปะทะกับตำรวจ ผู้ว่าการการรถไฟฯ จ่อไล่ออก 10 สร.รฟท.

 การหยุดเดินรถไฟในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังยืดเยื้อเป็นวันที่ 12 แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประกาศจะนำขบวนรถออกให้บริการประชาชน โดยส่งพนักงานรถจักรทั้งพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง 6 ทีม จำนวน 12 คน เตรียมพร้อมที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อทดแทนพนักงานในพื้นที่ที่ยังคงลาหยุด และให้เดินรถได้ทันทีหากขบวนใดพร้อม แต่ไม่สามารถเดินรถได้ตามปกติ ส่วนนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ 56 คน ที่ถูกส่งมาซ่อมบำรุงหัวรถจักรที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้นักเรียนทั้งหมดยังไม่ได้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังทำงานตามปกติ และไม่มีการร้องขอให้นักเรียนวิศวกรรมรถไฟเข้าทำงาน

 ล่าสุด เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 ตุลาคม ความพยายามที่จะนำขบวนรถออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เกือบนำไปสู่โศกนาฏกรรม นายสาโรจน์ รักษ์จันทร์ กรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) สาขาหาดใหญ่ กล่าวถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญว่า ขณะที่พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องประจำสถานีรถไฟบางซื่อ กรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามคำสั่งของฝ่ายบริหารการรถไฟฯ นำรถขบวนท้องถิ่นที่ 463 พัทลุง-สุไหงโก-ลก ออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ไปรับผู้โดยสารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อขบวนรถเคลื่อนตัวจากสถานีเพียง 300 เมตร ได้ฝ่าฝืนสัญญาณควบคุม ทำให้ประแจสับรางติดค้างและขบวนรถหยุดทันที เนื่องจากระบบสัญญาณเกิดขัดข้องไปด้วย

 "โชคดีที่ขบวนรถหยุดก่อน เพราะเกือบพุ่งชนไปกับขบวนรถที่ 954 ลังกาวี-หาดใหญ่ ซึ่งจอดส่งผู้โดยสาร และกำลังจะเข้าเทียบชานชาลาเดียวกัน ห่างออกไปเพียง 200 เมตรเท่านั้น" นายสาโรจน์กล่าว

 กรรมการ สร.รฟท. กล่าวอีกว่า กำลังรวบรวมหลักฐานพยานเตรียมแจ้งความดำเนินคดีพนักงานขับรถไฟและฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ที่ออกคำสั่งให้เปิดเดินรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 "เชื่อว่าสาเหตุที่ขบวนรถฝ่าสัญญาณไฟ เพราะพนักงานขับรถไฟไม่ชำนาญเส้นทาง ทำให้ไม่เข้าใจระบบรางในพื้นที่ ทำให้ประแจติดค้าง ส่งผลให้ระบบสับเปลี่ยนรางขัดข้อง เรื่องนี้ต้องรีบซ่อมด่วน เพื่อให้รถขบวนอื่นๆ ที่จะวิ่งไปในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนไม่เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหากเคลื่อนขบวนไป 1-2 เมตร จะเสี่ยงต่อการเกิดรถไฟตกรางทันที หรืออาจพุ่งชนขบวนรถไฟสายต่างประเทศที่จอดอยู่ในเส้นทางเดียวกันได้" นายสาโรจน์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กลุ่ม สร.รฟท. ต่างวิ่งเข้าไปล้อมหัวรถจักรและพนักงานขับรถไฟ ตำรวจรถไฟซึ่งตรึงกำลังในบริเวณนั้นต้องรีบเข้าคุ้มกันพนักงานขับรถไฟทันที สถานการณ์การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างตึงเครียด กระทั่งตำรวจต้องเสริมกำลังอีกกว่า 20 นาย จากนั้น สร.รฟท.หาดใหญ่ เข้าแจ้งความเอาผิดพนักงานขับรถและผู้บริหารการรถไฟฯ ที่ สภ.หาดใหญ่ เนื่องจากเดินรถจนเกิดอันตราย

 ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.ศราวุธ เจี้ยงเต็ม พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เชิญพนักงานขับรถไฟจากส่วนกลางจำนวน 13 คน เข้าให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พนักงานขับรถไฟจากส่วนกลางให้การว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่การเดินรถ หรือเรียกว่า "ขัดขวางทางเทคนิค" เพื่อไม่ให้สามารถเดินรถได้ แม้จะไม่มีการขัดขวางด้วยการกระทำ เช่น เข้ายึดขบวนรถ

 นายสาโรจน์ สุขสำราญ พนักงานขับรถไฟขบวนที่ 463 กล่าวยืนยันว่า ได้รับคำสั่งจากฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ ให้มาทดสอบความปลอดภัยการเดินรถจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ถึงสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก หลังจาก สร.รฟท.อ้างว่าไม่ปลอดภัย ก่อนที่จะนำรถขบวนที่ 463 ออกทำขบวน ก็ได้รับการยืนยันถึงความพร้อมของการเดินรถ และได้รับห่วงทางสะดวกอนุญาตให้เดินรถระหว่างสถานีหาดใหญ่ถึงสถานีนาหม่อมซึ่งเป็นสถานีแรกที่จะไปถึง ก่อนเปิดสัญญาณเดินรถ ปรากฏว่าระหว่างที่รถออกไปได้ระยะหนึ่งสังเกตเห็นโคมประแจผิดปกติ ไม่เดินในทางตรงเป็นรูปบิดจึงต้องหยุดเดินรถ เพราะกลัวจะเกิดอันตราย

 "ผมไม่ทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนออกรถมีการตรวจสอบเส้นทางเป็นอย่างดี และยืนยันถึงความพร้อม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น หลังเกิดเหตุผมได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของการรถไฟฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกลุ่ม สร.รฟท.หาดใหญ่ ข้อหากระทำการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้รถไฟได้รับความเสียหาย" นายสาโรจน์กล่าว

 ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายประชานิวัติ บัวศรี รองประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวเด่นเย็นนี้ว่า ไม่มีความจำเป็นที่ สร.รฟท.จะขัดขวางการเดินรถตามที่พนักงานขับรถจากส่วนกลางกล่าวอ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาเราย้ำมาตลอดถึงความปลอดภัยในการให้บริการประชาชน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ที่พยายามจะเอาขบวนรถออกวิ่ง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

 ด้าน นายนรินทร์ จันทรเดชา รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสารวัตรเดินรถสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะเตรียมนำรถขบวนท้องถิ่นที่ 463 พัทลุง-สุไหงโก-ลก ออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ กลุ่ม สร.รฟท.ได้รวมตัวกันแล้วใช้โทรโข่งต่อว่าพนักงานขับรถ จากนั้นเวลา 10.20 น. พนักงานประจำหัวรถจักรเดินรถ อยู่ที่ประแจสับรางที่ 65 และเวลา 10.22 น.ได้ออกเดินรถ ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมร้องตะโกนด่าทอตลอด

 "เมื่อนำตัวออกจากสถานี พนักงานขับรถพบว่าประแจไม่เรียบร้อย เขาก็หยุดรถเป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหาครับ อีกทั้งเกิดขึ้นในช่วงเขตย่านสถานี รถมีความเร็วต่ำ คนเขามีวิจารณญาณ ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่รถไม่เรียบร้อยก็ต้องหยุด ไม่ได้ชน หรือตกรางทั้งสิ้น" นายนรินทร์กล่าวยืนยัน

 ส่วนนายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีต้องการให้เอาผิดทางวินัยกับพนักงานที่หยุดงาน แต่ยืนยันว่าพนักงานทุกคนไม่ได้ทำผิดทางวินัย เพราะทำตามระเบียบข้อตกลงสภาพการจ้างงานทุกประการ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้การเจรจากับ สร.รฟท. ยังเป็นแค่ผู้บริหารการรถไฟฯ ในระดับท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ

 ทั้งนี้ ท่าทีของ สร.รฟท. ยังคงแข็งกร้าว โดยประกาศจะสู้จนกว่าข้อเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในการเดินรถไฟได้รับการตอบสนอง พร้อมเรียกร้องให้พนักงานจากส่วนกลางที่ถูกส่งมาขับรถไฟใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้คำนึงถึงความปลอดภัย เพราะไม่ชำนาญเส้นทางอาจเกิดอันตรายได้ และผู้บริหารการรถไฟฯ จะต้องรับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้น

 ขณะที่ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟฯ กล่าวว่า ถึงขณะนี้การรถไฟฯ ได้รับความเสียหายจากการหยุดเดินรถคิดเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายในการขนส่งสินค้ากว่า 14 ล้านบาท ความเสียหายในการขนส่งผู้โดยสารกว่า 56 ล้านบาท

 นายยุทธนากล่าวถึงปัญหารถไฟขบวนท้องถิ่นที่ 463 เกิดปัญหาขัดข้องที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ว่า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งการรถไฟฯ ได้ประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อจัดรถโดยสารไปรับผู้โดยสารที่ตกค้างตามสถานีต่างๆ ส่วนการเจรจากับแกนนำ สร.รฟท.ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จะเป็นการเจรจาโดยรองผู้ว่าการการรถไฟฯ และได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่มีอำนาจและมีความชำนาญในพื้นที่ให้ร่วมเจรจาด้วย และคาดว่าจะได้ผลที่ดีขึ้นตามลำดับ

 ส่วนการเจรจากับ สร.รฟท.ในช่วงเช้าวันนี้ (27 ต.ค.) ซึ่งจบลงในเวลาอันสั้น นายยุทธนาอธิบายว่า เป็นเพราะระหว่างการเจรจามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ สร.รฟท.ส่งคนไปเจรจากดดันให้พนักงานขับรถและช่างเครื่องให้หยุดเดินรถที่สถานีบางซื่อ การไปยื่นหนังสือของแกนนำ สร.รฟท. ที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งการปิดล้อมหัวรถจักรที่หาดใหญ่ ซึ่งฝ่ายบริหารไม่แน่ใจว่า สร.รฟท.มีเจตนาอย่างไร และต้องการเจรจากับฝ่ายบริหารหรือไม่ จึงต้องยุติการเจรจา และให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนก่อน

 "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้การรถไฟฯ อย่างมาก ฝ่ายบริหารจึงได้พิจารณาลงโทษพนักงานที่มีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรไปแล้ว และในเร็วๆ นี้ จะไล่ออกพนักงานที่มีพฤติกรรมดังกล่าว โดยพนักงานที่จะถูกลงโทษ เป็นระดับแกนนำของ สร.รฟท. ซึ่งมีพฤติกรรมปลุกปั่น บีบบังคับให้พนักงานอื่นหยุดงาน ซึ่งเป็นพนักงานทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าจะมีประมาณ 10 คน" นายยุทธนากล่าว

 ที่ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ต.ค.) โรงเรียนหลายแห่งเปิดเทอมวันแรก แต่นักเรียนกว่า 1,000 คน ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ เนื่องจากที่ผ่านมาโดยสารรถไฟฟรี แต่หลังจากรถไฟหยุดให้บริการ ผู้ปกครองไม่มีเงินเหมารถยนต์ให้ลูกหลานเดินทางไปโรงเรียนนั่นเอง

 นายรอฮิม เจ๊ะแว หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมโรงเรียนดารุสสาลาม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า นักเรียนในสังกัดประมาณ 4,000 คน หลังรถไฟหยุดให้บริการเด็กต้องหยุดเรียนไปแล้วกว่า 1,000 คน ส่วนคนที่มาเรียนตามปกติต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

 วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีปัญหารถไฟ ว่า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานให้ ครม.ทราบว่าการเดินรถสายหลักนั้นเป็นปกติ ส่วนในสายท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ก็เริ่มเดินไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม จะมีปัญหาก็ที่เส้นทาง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่มีเหตุวางระเบิดทางรถไฟเท่านั้น และได้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของหัวรถจักรทั้งหมด เท่ากับว่าเราได้งดเว้นกรณีเดียวเท่านั้น ทุกอย่างจะเป็นไปตามมาตรฐาน จึงสามารถมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนเรื่องการเจรจากับ สร.รฟท. กำลังดำเนินการ แต่ขอให้อย่าเอาเรื่องการบริการประชาชนมาเป็นเงื่อนไข น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี และน่าจะใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

 นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ครม.ได้อนุมัติในหลักการที่จะรับลูกจ้าง 171 คน ในส่วนของช่างขึ้นมาเป็นพนักงาน เพื่อความพร้อมในการเดินรถด้วย

 ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อแก้ปัญหาการรถไฟฯ อย่างเป็นระบบ คาดว่าจะเสนอ ครม.ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้เสนอให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในกิจการรถไฟ เบื้องต้นจะนำเงินกู้ส่วนหนึ่งมาใช้ในการจัดซื้อหัวรถจักรจากจีนจำนวน 7 คัน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนหัวรถจักร โดยจะใช้วิธีการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ และในเร็วๆ นี้ ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปจีน เพื่อเจรจาเรื่องการจัดซื้อหัวรถจักร การต่อเชื่อมเส้นทางรถไฟจากจีนมายังประเทศไทย รวมทั้งชักชวนจีนให้มาลงทุนในกิจการรถไฟ เช่น การก่อสร้างรถไฟทางคู่ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จำนวนกว่า 30 คน นำโดยนายอำนาจ พลมี รองเลขาธิการ สรส. นำรถหกล้อดัดแปลงมาตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราว พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาตรวจสอบการเดินรถไฟที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอุปกรณ์หัวรถจักรที่ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ควบคุมการพลั้งเผลอของพนักงานขับรถจักร หรือ เดทแมนคอนโทรล ที่ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

 นายสมชาย กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวันที่ 29 ตุลาคมนี้ รวมทั้งจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย