ข่าว

เกษตรฯ เตือนชาวนา ระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบุกทำลายข้าวนาปี 

เกษตรฯ เตือนชาวนา ระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบุกทำลายข้าวนาปี 

28 ก.ย. 2561

เกษตรฯ เตือนชาวนา ระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบุกทำลายข้าวนาปี 

 
             กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนชาวนาระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบุกทำลายข้าวนาปี แนะสำรวจแปลงนาสม่ำเสมอ ผลการสำรวจล่าสุดพบการทำลายของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลรวมกว่า 8 พันไร่ ในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกใน 7 จังหวัด
 

                 นายประสงค์  ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ศัตรูพืชล่าสุดพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเข้าทำลายนาข้าว ซึ่งในช่วงนี้เป็นฤดูการปลูกข้าวหลัก (ข้าวนาปี) ผลการสำรวจล่าสุดพบการทำลายของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลรวมกว่า ๘ พันไร่ ในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกใน ๗ จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา และลพบุรี โดยปัจจัยที่มีผลต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ได้แก่ ในนาข้าวมีน้ำขังตลอดเวลาทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถเพิ่มจำนวนได้มาก การปลูกข้าวหนาแน่น ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอัตราสูง ใช้พันธุ์ข้าวอ่อนแอ เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ และพันธุ์ปทุมธานี ๑ ไม่อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ และใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น
                กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น เช่น กข๔ กข๙ กข๑๕ กข๒๕ กข๓๑ (ปทุมธานี ๘๐) กข๔๓ ชัยนาท ๑ ชัยนาท ๒ สุพรรณบุรี ๑ สุพรรณบุรี ๒ สุพรรณบุรี ๓สุพรรณบุรี ๖๐ สุพรรณบุรี๙๐ พิษณุโลก ๒ พิษณุโลก ๖๐-๒ เป็นต้น และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน ๔ ฤดูปลูก หมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) อัตรา ๑ กิโลกรัม (๒ ถุง) ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นในบริเวณที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยพ่นในช่วงเวลาเย็น ทั้งนี้ สำหรับแหล่งที่มีการระบาดแต่สามารถควบคุมระดับน้ำในนาได้ หลังปักดำหรือหว่าน ๒ - ๓ สัปดาห์จนถึงระยะข้าวตั้งท้อง ให้ควบคุมน้ำในแปลงนาให้พอดินเปียก หรือมีน้ำเรี่ยผิวดินนาน ๗ - ๑๐ วัน แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป เพื่อปรับสภาพนิเวศในแปลงนาไม่ให้เหมาะต่อการขยายประชากรและยังทำให้มดสามารถขึ้นมากัดกินตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งจะช่วยลดการระบาดลงได้ 
           หากจำเป็นต้องใช้สารกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แนะนำว่า ข้าวระยะกล้าถึงแตกกอ (อายุ ๓๐-๔๕ วัน) ใช้ บูโพรเฟซิน ๒๕ % WP ๑๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ข้าวระยะแตกกอเต็มที่ ใช้ อีโทเฟนพร็อกซ์ ๑๐ % EC ๒๐ ซีซี ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ข้าวระยะตั้งท้องถึงออกรวง ใช้ ไทอะมิโทแซม ๒๕ % WG ๒ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร และระยะใกล้เก็บเกี่ยวหากพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเต็มวัยบินเล่นแสงไฟบริเวณบ้านให้ใช้เครื่องดูดแมลงหรือกับดักกาวเหลืองล่อทำลาย เพื่อลดจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่จะอพยพไปยังแปลงปลูกข้าวใหม่ ทั้งนี้ ให้ระวัง ไม่ควรใช้สารเคมีบางชนิดในนาข้าวที่จะทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดเพิ่มขึ้น คือ สารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ ชนิดพ่นน้ำ ได้แก่ แอลฟาไซเพอร์เมทริน ๑๐ % EC ไซแฮโลทริน แอล ๕ % EC และไซเพอร์เมทริน ๑๕ % EC ๒๕ % EC อย่างไรก็ตาม ควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบการเข้าทำลายของศัตรูพืชให้รีบป้องกันกำจัดทันที
 

               รองอธิบดีกล่าวเพิ่มเติมว่า เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล Nilaparvata lugens เป็นแมลงปากดูด ที่สามารถทำลายข้าวได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ด้วยการใช้ปากแทงดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบข้าวบริเวณโคนต้นเหนือระดับน้ำเล็กน้อย ทำให้ปริมาณคลอโรฟิลล์ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ในต้นข้าวลดลง อัตราการสังเคราะห์แสงและการเจริญเติบโตช้า ต้นข้าวแสดงอาการใบเหลือง ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง อีกทั้งยังเป็นพาหะนำโรคใบหยิก (ragged stunt) และ
โรคเขียวเตี้ย (grassy stunt) อีกด้วย