ข่าว

ศาลให้ประกัน "6 แกนนำอยากเลือกตั้ง"หลังฟ้องม.116

ศาลให้ประกัน "6 แกนนำอยากเลือกตั้ง"หลังฟ้องม.116

27 ก.ย. 2561

ให้ประกัน "6 แกนนำอยากเลือกตั้ง"หลังฟ้อง ม.116 สอบคำให้การแล้ว"จ่านิว-กับพวก"ให้การปฏิเสธ นัดตรวจหลักฐาน 19 พ.ย.นี้กำชับห้ามผิดสัญญาประกัน


           27 กันยายน 2561ศาลให้ประกัน "6 แกนนำอยากเลือกตั้ง"หลังฟ้อง ม.116 สอบคำให้การแล้ว"จ่านิว-กับพวก"ให้การปฏิเสธ นัดตรวจหลักฐาน 19 พ.ย.นี้ กำชับห้ามผิดสัญญาประกัน หากผิดเงื่อนไขโดนปรับ 2 แสน

 

 

          ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 ย่านฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ฉายาจ่านิว อายุ 25 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จบการศึกษารัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ , นายอานนท์ นำภา อายุ 33 ปี อาชีพทนายความ , น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 25 ปี , นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี นักกิจกรรม อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ , น.ส.ณัฏฐา มหัทธนาหรือโบว์ อายุ 39 ปี วิทยากรอิสระ และนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด RDN50

 

           ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 สืบเนื่องจากกรณีร่วมกันจัดการชุมนุม "หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง: หมดเวลา คสช. ถึงเวลาประชาชน" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61

 

           โดยศาลประทับรับฟ้องไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟังแล้ว และสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดก็แถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงกำหนดนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

 

           ซึ่งต่อมา ทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ ขณะที่ "ศาล"พิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 6 รายไปโดยไม่จำต้องใช้หลักทรัพย์วางศาล แต่กำหนดว่าหากจำเลยทำผิดเงื่อนไขสัญญาประกัน ก็ให้ปรับจำเลยคนละ 200,000 บาท

 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับฟ้องโจทก์ ได้ระบุพฤติการณ์พวกจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.61 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งหกกับนายรังสิมันต์ โรม จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1197/2561 ของศาลนี้กับพวกอีก 42 คน ที่แยกไปดำเนินคดียังศาลแขวงดุสิตได้ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมืองและกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ และวิธีอื่นใด

 

           โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเวทีด้านข้างของตัวรถยนต์ได้ติดป้ายโจมตีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล แล้วจำเลยกับพวกได้ร่วมกันปราศรัยโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยผลัดเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวปราศรัย และร่วมกันปลุกระดมมวลชนปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

           รวมทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภายในสิ้นเดือน พ.ย.2561 พร้อมกับชูนิ้วสามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนิน อันเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนั้น อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่ารัฐบาลและทหารจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบกับรัฐบาลและเป็นการยุยง ปลุกปั่น สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐบาล ซึ่งเป็นการร่วมกันมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ได้รับมอบหมายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย