
"อนาคตใหม่"ลุยหาดใหญ่ชูกระจายอำนาจ-ปลดล็อกเศรษฐกิจผูกขาด
"อนาคตใหม่"ลุยหาดใหญ่ชูกระจายอำนาจทุกมิติ-ปลดล็อกเศรษฐกิจผูกขาด ลดขั้นตอนติดต่อหน่วยงานภาครัฐยกเคสประมงยุ่งยาก
27 กันยายน 2561 ที่สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยายในหัวข้อ "เมื่อปากถูกปิด เมื่อเศรษฐกิจถูกผูกขาด เมื่ออำนาจถูกแย่งไป คนหาดใหญ่ว่าไงจ๊ะ"
โดยมีนักศึกษา และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังและสอบถามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแนวนโยบายของพรรคที่สำคัญอย่างเรื่องการกระจายอำนาจ และปลดล็อกกฎหมายที่เอื้อให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ
นายปิยบุตร กล่าวว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องการเลือกตั้งผู้นำเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง งบประมาณ บุคลากร โอกาส รวมถึงเรื่องทรัพยากร ยกตัวอย่างคนที่อยู่ต่างจังหวัด เรียนจบปริญญาตรี แทบไม่มีงานที่ให้เงินเดือน 18,000-20,000 บาทเลย จะมีก็แค่อาชีพเดียวคือข้าราชการเพราะเท่ากันหมดทั้งประเทศ ดังนั้น ผู้คนจึงหลั่งไหลไปทำงานในกรุงเทพฯ จะอยู่ที่บ้านเริ่มต้นทำธุรกิจตัวเองก็เข้าไม่ถึงทุน เพราะธนาคารใหญ่ๆทั้งหลายปล่อยกู้ให้เฉพาะนักธุรกิจรายใหญ่
ซึ่งจากการที่อนาคตใหม่มีแนวนโยบายเรื่องธนาคารท้องถิ่น เมื่อได้ไปศึกษาเรื่องนี้ก็พบตัวเลขที่น่าตกใจว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศไทย ปล่อยกู้ให้กับทุนขนาดใหญ่เยอะมาก ขณะที่ปล่อยกู้ให้คนทั่วไปนิดเดียว แบบนี้คนจะเริ่มต้นทำธุรกิจเพื่อยกระดับชีวิตตัวเองก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีทุน ขณะที่ทุนใหญ่กลับมีทุน ต่อทุน สร้างความมั่งคั่งไปได้เรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของไทยจะสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
การจะเริ่มต้นทำธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการใหม่ในท้องถิ่นไม่ง่าย จากการที่ผมและคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เดินทางไปแล้วกว่า 65 จังหวัด พบว่าคนในต่างจังหวัดมีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ แต่จะเริ่มทำธุรกิจตัวเองก็ติดล็อก โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาต ซึ่งกว่าจะได้มามีขั้นตอนเยอะแยะวุ่นวาย และกระจายไปในหลายหน่วยงานมาก ที่สำคัญคือ ทุกขั้นตอนก็มีต้นทุน มีค่าใช้จ่าย ซึ่งยังไม่นับเรื่องต้นทุนทางเวลาที่เสียไป ยกตัวอย่างปัญหาของประมงพาณิชย์ที่ไปเจอมาล่าสุด
กว่าชาวประมงจะได้ออกเรือ ต้องขออนุญาตทั้งกรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาสังคม สาธารณสุข ทหารเรือ เยอะแยะวุ่นวาย ดังนั้น สิ่งที่เราคิดคือ ใบอนุญาตต่างๆ ที่่มีเยอะแยะ มีขั้นตอนภาระการได้มา และออกในหลายหน่วยงานแบบนี้ต้องเลิก ขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำให้คนติดขัดเข้าไม่ถึงต้องพิจารณาใหม่ และรวมการอนุญาตนั้นไว้ให้เหลือที่หน่วยงานเดียว คือ ท้องถิ่น



