ข่าว

ครม.อภิสิทธิ์ตามก้นป๋าปัดฝุ่นตั้งกก.ตีบี๊บแห่งชาติ

ครม.อภิสิทธิ์ตามก้นป๋าปัดฝุ่นตั้งกก.ตีบี๊บแห่งชาติ

27 ต.ค. 2552

ครม.มาร์คเดินตามก้นป๋า ปัดฝุ่นตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ เน้นแนะทางเดินให้ครม. “สาทิตย์” ชี้ช่วงจังหวะเหมาะช่วยแจงสัมพันธ์เขมรร้าวได้ เผยนัดประชุมเตรียมแถลงผลงาน 1 รัฐบาลพรุ่งนี้ แจงเสาร์นี้นายกฯไปงานศพวินัย เสนเนียม เลื่อนคิวตะลุยภาคเหนือออกไปก่

 (27ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมครม.ว่า ครม.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ซึ่งคณะกรรการฯเกิดขึ้นมาครั้งแรกในปี 2529 ยุคของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ระเบียบมาโดยตลอด จนถึงปี 2544 ในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ไม่มีการประชุมเลยจะใช้วิธีของการให้คนข้างนอกเข้ามาทำโดยไม่ใช้กลไกของราชการ แต่มีการแก้ไขระเบียบสองครั้ง จนถึงยุคของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯก็ไม่มีการประชุมเช่นกัน และเมื่อมาถึงรัฐบาลนี้กรมประชาสัมพันธ์เขาก็เสนอให้ตั้งคณะกรรมการฯ

 ตนคิดว่ามีความสำคัญจึงขอดูรายละเอียดแล้วนำไปปรับแก้ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ และให้ลดสัดส่วนข้าราชการประจำลงแล้วให้เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเข้ามา ทั้งนี้หลังจากผ่านการพิจารณาของครม.แล้วจะต้องไปผ่านคณะกรรมการอนุบัญญัติเพื่อบังคับใช้ และขั้นตอนต่อไปก็เสนอชื่อแต่งตั้งคณะกรรมการ โดยคาดว่าปลายเดือนพ.ย.น่าจะตั้งคณะกรรมการฯเสร็จและจะประชุมเพื่อรองรับการจัดงานวันที่ 5 ธันวาคม ที่จะเป็นงานแรกของคณะกรรมการชุดนี้

 
 “คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติมีหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ เรื่องการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ผลกระทบที่เกิดขึ้น เสนอแนะแนวทางให้นายกฯและครม. เพื่อเป็นแนวในการทำงานของรัฐบาลทั้งคณะ และการออกมาช่วงนี้ก็เป็นจังหวะที่มีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงกับต่างประเทศพอเหมาะพอดี จังหวะจึงพอเหมาะพอดี ทามมิ่งดี เสร็จมาพอดี ซึ่งจะต้องติดตามทั้งเรื่องในประเทศและต่างประเทศ และเชื่อว่าเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้เนื่องจากว่าเราโดนรุกทั้งในประเทศและต่างประเทศดังนั้นการประชาสัมพันธ์จะต้องทำ”นายสาทิตย์ กล่าว

 เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสามารถรองรับสภาวะการปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาได้หรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า จริงๆกรรมการจะต้องมีการประเมินกันว่าในแง่ของข่าวสารที่ออกมากระทบกับประเทศไทยหรือไม่ ถ้ากระทบคงรจะมีแนวทางอย่างไรบ้าง ซึ่งแนวทางแก้ไขของคณะกรรมการฯจะเสนอเข้าไปให้ครม.พิจารณาในที่ประชุมได้หรือเสนอให้แต่ละกระทรวง ทบวงกรมควรจะเน้นเรื่องไหน ทั้งนี้ยังรวมถึงทุกเรื่องที่อยู่ในนโยบายรัฐบาลด้วย

 เมื่อถามว่าในยุคที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์ สงครามข่าวสารจากข้างนอกและข้างในเข้ามาจะมีการเพิ่มความเข้มแข็งอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้วเพราะว่ายุคนี้สู้ด้วยการส่งข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ โดยฝ่ายรัฐบาลจะต้องมีข่าวสารที่ถูกต้องให้ประชาชน ส่วนอีกฝ่ายก็พยายามส่งข่าวที่เป็นลบของรัฐบาลแต่เป็นบวกกับเขาอยู่แล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องมีข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอ
“มันไม่ใช่เรื่องของการยกเครื่องหรือไม่ยกเครื่อง แต่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ต้องประเมินเป็นระยะว่าช่วงนี้ต้องประเมินว่าข้อมูลข่าวสารใดที่เป็นลบ ข้อมูลใดที่เป็นบวกก็ต้องพยายามสื่อสารไปยังประชาชน ส่วนกลไกก็ใช้ทุกกลไกที่จะใช้ได้”นายสาทิตย์ กล่าว

 เมื่อถามว่า 1 ปีรัฐบาลจะมีการแถลงผลงานหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีสิ เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าเมื่อครบ 1 ปีจะต้องมีการแถลงผลการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่ที่มีการแถลงผลงาน 6 เดือน เพราะรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นจึงจัดการแถลงขึ้นมา แต่ 1 ปีก็จะบวกทั้งแนวนโยบาย บวกกับงานที่รัฐบาลทำไป

 “โดยนายกฯขอให้กรรมการชุดที่จัดแถลงผลงาน 6 เดือนที่ผมเป็นประธานได้ทำอีกครั้งและพรุ่งนี้จะประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(28ต.ค.) โดยจะเป็นการวางกรอบกันว่าต้องรวบรวมเรื่องอะไรอย่างไร และดูว่าครบ 1 ปีมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องรายงานประชาชน”นายสาทิตย์ กล่าว

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ช่วงนี้รัฐบาลต้องชี้แจงเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกรอย่างหนักเพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ของนโยบายในช่วงนี้ ส่วนการลงพื้นที่พบประชาชนนั้นความจริงนายกฯจะเดินทางไปภาคเหนือในวันเสาร์นี้(31ต.ค.) แต่ติดว่าต้องเดินทางไปร่วมงานศพของนายวินัย เสนเนียม ที่จังหวัดสงขลา นายกฯจึงต้องลงไปที่จังหวัดสงขลา แล้วในสัปดาห์ต่อไปค่อยว่ากัน