ข่าว

กก.สิทธิฯค้านร่างพรบ.สิ่งแวดล้อมชี้ของรบ.ขัดรธน.

กก.สิทธิฯค้านร่างพรบ.สิ่งแวดล้อมชี้ของรบ.ขัดรธน.

27 ต.ค. 2552

กก.สิทธิฯค้านร่างพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมชี้ของรบ.ขัด รธน. ยกเหตุองค์กรไม่อิสระถูกโยกไปอยู่ใต้อาณัติฝ่ายการเมือง เล็งจี้นายกฯทบทวนใหม่

 (27ต.ค.) น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แถลงข่าวว่า คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนได้มีการประชุม ต่อกรณีที่รัฐบาล เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ.... เพื่อ ใช้ในการแก้ไขปัญหากรณีมาบตาพุด และมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจาก ในเนื่องหาที่จะมีการแก้ไขนั้น กำหนดให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมไปอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐมนตรี ให้อำนาจรัฐมนตรีเพิกถอนการจดทะเบียนองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมได้ เท่ากับเป็นการขัดต่อหลักความเป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญตรา 67 วรรค 2 และเป็นการให้อำนาจนักการเมืองเข้าไปครอบงำ แทรกแซงการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งจะมีอำนาจในการปลดคณะกรรมการองค์การได้ ฯขององค์การฯ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดไว้ในมาตรา 51 / 2 ให้องค์กรอิสระสิ่งแวดล้อมทำงานภายใต้การดำเนินงานของสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นอิสระในการทำงานที่ถูกควบคุมโดย สผ. และ คณะกรรมการผู้ชำนาญการ

 น.พ.นิรันดร์ ยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลยังดึงดันที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภา เชื่อว่าถ้าคลอดออกมาเป็นกฎหมายจะเกิดการฟ้องร้องอย่างแน่นอน เพราะเป็นบทบัญญัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทางคณะอนุกรรมการฯจึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหากรณีมาบตาพุดนั้น รัฐบาลต้องผลัดดันร่างพ.ร.บ.องค์การด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทรวงวิทย์ศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดทำแล้วเสร็จตั้งแต่ ก.ย. 2551 เข้าสู่การพิจารณาขอรัฐสภา เพราะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

 อย่างไรก็ตามทางคณะอนุกรมการฯมีข้อเสนอเร่งด่วนต่อกรณีดังกล่าว โดยเห็นว่า 1. รัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูล 76 โครงการมาบตาพุดต่อสาธารณะรวมทั้งรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รายงานการประชุมผลวิเคราะห์ของผู้ชำนาญการ และรายงานการประเมินความเสี่ยง 2. รัฐบาลต้องจัดให้มีการประเมินศักยภาพในการรองรับมลพิษของพื้นที่ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติใน 76 โครงการ 3. ต้องจัดให้มีเขตปลอดมลพิษที่ชัดเจนถูกต้อง และมีพื้นที่กันชนสำหรับพื้นที่อุตสาหกรรมทุกส่วน กำหนดให้มีมาตรการการกำจัดกากพิษอุตสาหกรรมและขยะที่ก่อให้เกิดมลภาวะ 4. ให้ประชาชน ชุมชนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุบัติภัยอันเกิดจากมลภาวะ ซึ่งตนจะนำมติของคณะอนุกรมการฯ ดังกล่าวเข้าสู่ทีประชุมคณะกรรมการสิทธิฯในวันพรุ่งนี้ ( 28 ต.ต.) เพื่อขอความเห็นชอบและจะได้ออกเป็นแถลงการณ์เ และทำหนังสือ เพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง