ข่าว

จับหนุ่มสุรินทร์หลอกขาย จยย.อ้างเงินไม่พอใช้ !!

จับหนุ่มสุรินทร์หลอกขาย จยย.อ้างเงินไม่พอใช้ !!

27 ก.ย. 2561

เงินไม่พอใช้ !! ตำรวจกองปราบฯรวบหนุ่มสุรินทร์ แอบอ้างเป็น "เสธ.หยก" หลอกขายรถจักรยานยนต์ให้สาวโคราช ก่อนเชิดเงินหนี พบมีหมายจับติดตัวอื้อ

 

             วันที่ 27 กันยายน 2561 พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบก.ป. และพ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก. 2 บก.ป. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้สนธิกำลังและชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร่วมกันจับกุมตัว นายสมาน แจ่มใส อายุ 47 ปี ชาว อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) ที่ จ.10/2561 ลงวันที่ 22 ก.พ. 2561 ในข้อหา ฉ้อโกงทรัพย์ จับกุมได้ที่บริเวณร้านลาบน้ำตกเจ๊วรรณา ทางเข้าโครงการบ้านเอื้ออาทร กม.44 หมู่ 10 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

 

 

จับหนุ่มสุรินทร์หลอกขาย จยย.อ้างเงินไม่พอใช้ !!

 

 

 

             ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายสมาน มักชอบอ้างตัวตนเป็น เสธ.ทหาร และใช้ชื่อแทนตัวเองว่า “เสธ.หยก” ไปแอบอ้างให้คนอื่นหลงเชื่อ ล่าสุดได้ไปหลอกขายรถจักรยานยนต์ให้หญิงสาวรายหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา ในราคา 7,000 บาท แต่ถึงเวลากับไม่ส่งมอบรถจักรยานยนต์ให้ และนำเงินของผู้เสียหายหลบหนีไป ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ปากช่อง จนถูกออกหมายจับ ต่อมาตำรวจกองปราบปราม ทราบว่าผู้ต้องหามาเช่าห้องอยู่ที่โครงการบ้านเอื้ออาทร กม.44 จึงนำกำลังมาจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว

 

 

จับหนุ่มสุรินทร์หลอกขาย จยย.อ้างเงินไม่พอใช้ !!

 

 

             จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้อ้างตัวเป็น เสธ.ทหารจริง โดยก่อเหตุเชิดเงินผู้เสียหายมาจริง ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยรับฝากเข้ารับราชการ หรือวิ่งเต้นเลื่อนยศระดับแต่อย่างใด แต่จะมีเพียงแค่คดีฉ้อโกงที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2554 เคยถูกตำรวจจับกุมมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมา หากได้เงินก็จะนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว เพราะปกติประกอบอาชีพทำไร่ทำนา เงินไม่เพียงพอใช้จ่าย หลังจากนี้หากคดีสิ้นสุดก็จะเลิกการกระทำแบบนี้ และหันไปประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใครอีก

 

 

จับหนุ่มสุรินทร์หลอกขาย จยย.อ้างเงินไม่พอใช้ !!

 

 

             ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับหมายจับในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” ของศาลจังหวัดรัตนบุรี ที่ จ.35/2561 ลงวันที่ 10 ส.ค.2561 และศาลแขวงสุรินทร์ ที่ 51/2561 ลงวันที่ 9 ก.ค.2561 จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป