ข่าว

สศค.เผยศก.ไทยไตรมาส3ฟื้นตัวชัดเจน

สศค.เผยศก.ไทยไตรมาส3ฟื้นตัวชัดเจน

27 ต.ค. 2552

ประเมินจีดีพีติดลบน้อยลงเหลือ 3.5-4% ส่วนไตรมาส 4 กลับมาขยายตัว 3-4% ดันทั้งปีติดลบแค่ 3% ด้านเอสแอนด์พีเก็บข้อมูลทบทวนเครดิตไทย เชื่อแนวโน้มดีขึ้นหากการเมืองไม่เป็นตัวป่วน

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 2552 ว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นชัดเจน และสะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งจากตัวเลขอัตราการว่างงานที่กลับมาอยู่ในภาวะปกติที่ 1.2% และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัวเป็นบวก รวมถึงภาคบริการจากการท่องเที่ยว จึงคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลดลงเหลือเพียงลบ 3.5-4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงจากไตรมาส 2 ที่ติดลบ 4.9% อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 2 จะถือว่าขยายตัว 2%

 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มาจากการเร่งใช้จ่ายเงินของภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุน และมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าในเอเชียที่เริ่มกลับมาสั่งซื้อสินค้าจากไทยมากขึ้น ทั้งจีน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ รวมไปถึงออสเตรเลีย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อัญมณีและเฟอร์นิเจอร์ ทำให้คาดว่า ไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 3-4% และมีผลให้ทั้งปีเศรษฐกิจจะติดลบเพียง 3% เนื่องจากครึ่งปีติดลบไปแล้ว 6%

 “เศรษฐกิจเดือนกันยายนและไตรมาส 3 แสดงถึงการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเห็นได้จากตัวเลขการผลิตที่ขยายตัวเป็นบวก และการส่งออกที่หดตัวลดลง ขณะนี้การนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักร อุปกรณ์มีมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มมีการจ้างงานมากขึ้น และบางสาขาก็ขาดแคลนแรงงานเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่มีการว่างงานสูงถึง 2.1%” นายเอกนิติกล่าว

 นอกจากนี้ บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี ได้เข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อประเมินอันดับความน่าเชื่อถือประจำปีของไทย ซึ่งคาดว่าแนวโน้มน่าจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะตัวเลขเศรษฐกิจสะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจนและเสถียรภาพที่มั่นคงมาก แต่สิ่งที่เอสแอนด์พีเป็นห่วง คือ เสถียรภาพความมั่นคงทางการเมือง ที่อาจมีผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะการกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน