
มทภ.2ยันไม่ใช้กำลังทหารแก้ปัญหาไทย-เขมร
แม่ทัพภาคที่ 2 ยันจะไม่ใช้กำลังทางทหารแก้ไขปัญหา แต่จะเน้นการเจรจาเพื่อสร้างความสันติสุขเพื่อประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ยันกองทัพไทย-เขมร ยังแน่นแฟ้นไม่อะไรเปลี่ยนแปลง ย้ำถอนทหารหรือไม่ต้องรอความชัดเจนในหลายเรื่อง
(27ต.ค.)พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการเยือนประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า การเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาเพื่อพบกับ พล.ท.เจียร มอญ ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประทับใจในการต้อนรับ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธไมตรีที่ทางผู้ใหญ่ของกัมพูชาให้กับคณะที่เดินทางเยือนกัมพูชา ทั้งนี้การที่ตนเยือนกัมพูชาเพื่อต้องการแนะนำตัวหลังจากที่ได้เข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ รวมถึงการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 กองทัพ
“ผมได้หารือกับ พล.ท.เจียร มอญ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร โดยเราจะหาทางคลี่คลายเพื่อทำอย่างไรให้เกิดความสันติภาพ และสันติสุข กับประชาชนทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ขอให้ใช้ช่องทางในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดความสงบสุข ซึ่งทางกัมพูชาก็ยินดี และเป็นผู้เสนอในเรื่องสันติวิถี” พล.ท.วีร์วลิต ระบุ
ผูสื่อข่าวถามว่า ในการพบปะกันครั้งนี้ได้มีการหยิบปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้ เพียงแต่พูดคุยเฉพาะปัญหาในพื้นที่เท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จะต้องเน้นการเจรจาเป็นหลัก จะไม่ใช้กำลังทางทหารในการแก้ไขปัญหาเด็ดขาด เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร
เมื่อถามถึงกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายจะมีการถอนได้เมื่อไหร่ พล.ท.วีร์วลิต กล่าวว่า ตอนนี้ทหารของทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากันก็ตาม ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทหารทั้งสองฝ่ายเข้าใจดีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
" ปัญหาการเมืองก็จะต้องว่ากันไป แต่กองทัพมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกำลังทางทหารจะถอนได้เมื่อไหร่นั้น ตอนนี้คงยัง การถอนหรือไม่ถอนจะต้องใช้ระยะเวลา และความชัดเจนในหลาย ๆ เรื่อง ขณะนี้ทหารของทั้งสองฝ่ายยังคงกำลังไว้เช่นเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง "



