
ชอง ตั้งชื่อ ระยอง ?
ในขณะที่ผู้คนรู้จักชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนภูเขา เช่น กะเหรี่ยง หรือปกากะญอ มูเซอ อีก้อ ฯลฯ
“ชอง” เป็นชนเผ่าที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก ชนเผ่าดังกล่าวมีถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันออกอย่างระยอง จันทบุรี ตราด พูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง แต่ชองมีเพียงภาษาพูด ไม่มีตัวอักษรสำหรับจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ
ภาษาชอง มีคำคำหนึ่งออกเสียงว่า “ราย็อง” หมายถึง “เขตแดน” หรืออีกความหมายคือ “ไม้ประดู่” หรือ “ต้นประดู่” ซึ่งบริเวณนี้มีต้นประดู่ขึ้นอยู่มากจนเป็นป่าประดู่และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ดังกล่าว
ต่อเมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น ก็ได้เรียกชื่อย่านนี้ว่า “ท่าประดู่” เป็นภาษาไทยอันเป็นที่ตั้งของเมืองระยองปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมี “วัดป่าประดู่” ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองระยองมาแต่เดิม จึงเป็นหลักฐานว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยป่าประดู่อันเป็นไม้พื้นเมือง
ดังนั้นจึงมีผู้สันนิษฐานว่า ชื่อจังหวัด “ระยอง” น่าจะมาจากภาษาชอง ว่า “ราย็อง” นั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีนิทานท้องถิ่นเล่าว่า ได้มี “ยายยอง” มาสร้างบ้านเรือนและทำไร่ทำนาอยู่ในพื้นที่นี้จนคนรู้จักกันไปทั่ว และเรียกพื้นที่นั้นว่า “ไร่ยายยอง” หรือ “นายายยอง” ต่อมาเพี้ยนเป็น “ระยอง”
อย่างไรก็ดี คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ นักคิด นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ได้เคยแสดงทัศนะเอาไว้ว่า ชื่อบ้านนามเมืองที่มาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นนั้นๆ ดูจะน่าเชื่อมากกว่า
ดังนั้นชื่อเมืองระยองที่แปลว่า ไม้ประดู่จากภาษาชอง จึงน่าเชื่อมากกว่านิทานท้องถิ่นที่เล่าสืบต่อๆ กันมา
พัฒนาการของเมืองระยองมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นจัตวา และเป็นเมืองชั้นนอกสังกัดกรมท่า ต่อมาสมัย ร.5 ได้มีการจัดตั้งมณฑล จึงให้เมืองระยองขึ้นอยู่กับมณฑลจันทบุรี สมัย ร.6 ได้เปลี่ยนจากเมืองระยองมาเป็น จ.ระยอง แต่ยังคงขึ้นกับมณฑลจันทบุรี
พ.ศ.2476 รัฐบาลได้ยกเลิกระบอบเทศาภิบาล มณฑลต่างๆ ถูกยุบ และให้ถือจังหวัดเป็นเขตการปกครองใหญ่ในส่วนภูมิภาค จ.ระยองจึงเป็นจังหวัดที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทยนับแต่นั้นมา
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



