
ศาลสั่งระงับ"ประปา3พันล้าน" หอฯจี้เทศบาลแจง-หวั่นกระทบยาว
นครราชสีมา - หอการค้าโคราชจี้เทศบาลนครฯ ชี้แจงข้อเท็จริงหลังศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองโครงการประปา 3 พันล้านบาท เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นน้ำประปามีใช้แน่ หวั่นผลกระทบยาว
จากกรณีศาลปกครองนครราชสีมาได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้ระงับโครงการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค เทศบาลนครนครราชสีมา ที่ก่อสร้างระบบน้ำประปา โดยนำน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำแซะ อ.ครบุรี ผ่านกระบวนการผลิตเป็นน้ำประปา ให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครฯ และ อปท.ใกล้เคียง มูลค่าโครงการ 3,060 ล้านบาท จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้โครงการที่ดำเนินการไปกว่า 70% ลงทุนไปแล้วประมาณ 2,600 ล้านบาท ต้องหยุดกะทันหันนั้น
ล่าสุด ที่หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ถ.สุรนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสุบงกช วงศ์วิชญาภรณ์ ประธานหอการค้า จ.นครราชสีมา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนร่วมชี้แจง ซึ่งมี รศ.เชิคชัย โชครัตนชัย อดีตนายกเทศมนตรีนครราชสีมา บุคคลที่ถูกระบุในสำนวนคำฟ้องเป็นผู้ลงนามว่าจ้าง ในฐานะผู้บริหารเทศบาลนครฯ สมัยนั้นร่วมด้วย ท่ามกลางผู้สนใจร่วมรับฟัง 30 คน
การเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจง คือ นายพงษ์เลิศ สุภัทรวิณิชย์ รองนายกเทศมนตรี ตัวแทนผู้บริหารเทศบาลนครฯ และ รศ.เชิดชัย กล่าวถึงปัญหาวิกฤติการขาดแคลนน้ำช่วงปี 2535-2536 เพราะอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำต่ำสุดหลังเริ่มสร้างเขื่อนปี 2512 โดยมีเพียง 31 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 314 ล้านลูกบาศ์กเมตร จึงต้องวางแนวทางศึกษาดำเนินโครงการ กระทั่งทำสัญญาก่อสร้างระบบประปากับกิจการร่วมการค้า เอส เอ เลขที่ 3/2550 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2550 มูลค่าโครงการ 3,060 ล้านบาท
นายพงษ์เลิศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดของคำสั่ง จึงขอเลี่ยงที่จะกล่าวถึงประเด็นดังกล่าว แต่แจงว่าได้หยุดดำเนินการตามคำสั่งของศาลแล้ว ส่วนการวางท่อน้ำประปาในเขตเทศบาลรวม 5 จุด ก็ต้องเร่งคืนผิวจราจรให้เสร็จก่อนถึงช่วงเปิดภาคเรียน โดยให้ผู้ว่าจ้างดำเนินการเสร็จสิ้นใน 1 สัปดาห์
"การอุทธรณ์คำคุ้มครองชั่วคราว ที่ยังมีเวลาอีก 30 วัน อยู่ระหว่างปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมาย ซึ่งต้องทำอย่างรอบคอบ โดยหาพยานหลักฐานมาแก้ต่าง" นายพงษ์เลิศ กล่าว



