
บอร์ดผ่านงบ70ล้าน ตั้งกองทุนกีฬาอาชีพ
บอร์ด กกท.ไฟเขียวตั้งกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ ประเดิมปีแรก 70 ล้านบาท รอแค่รัฐบาลคลอดพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพเท่านั้น ส่วนปีต่อไปสมาคมกีฬาเสนอแผนพัฒนากีฬาอาชีพตั้งเป้ามีเงินเข้ากองทุนปีละ 150 ล้านบาท ส่วนแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีกีฬาไทยสร้างชัยในลอนดอน ถูกแช่แข็ง รมต
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 2 มีนาคม โดยภายหลังการประชุม นายชุมพล เปิดเผยว่า บอร์ด กกท.เห็นชอบระเบียบและข้อบังคับการจัดตั้งกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ ที่ กกท.เสนอ โดยใช้งบประมาณประจำปี 2552 เป็นเงิน 70 ล้านบาท โดยจะดำเนินการไปพร้อมกับพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพ ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาและจะออกเป็นกฎหมายภายใน 6 เดือน ส่วนงบประมาณกองทุนกีฬาอาชีพในปีต่อๆ ไป สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยจะต้องเสนอแผนการพัฒนากีฬาอาชีพไปที่ กกท.เพื่อเสนอของบประมาณแต่ละปี เมื่อมีความชัดเจนแล้วก็จะได้รับการอนุมัติเช่นเดียวกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองทุนพัฒนากีฬามวย สำหรับกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพตั้งเป้าปีละ 150 ล้านบาท ส่วนแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีกีฬาไทยสร้างชัยในลอนดอน เพื่อเป้าหมายการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศอังกฤษ ในปี 2012 ภายใต้งบประมาณ 1.25 หมื่นล้านนั้น นายชุมพล กล่าวว่า บอร์ด กกท.เห็นชอบในหลักการเรื่องของแผน แต่ กกท.จะต้องกลับไปทำรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง ตั้งแต่การเตรียมนักกีฬา เบี้ยเลี้ยง การส่งไปแข่งขันและฝึกซ้อม เพื่อให้มีความชัดเจนถึงกรอบวงเงินงบประมาณที่จะจัดสรรในแต่ละปี เริ่มจากปี 2553 เป็นต้นไป โดยนายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.กล่าวเสริมว่า รายละเอียดทั้งหมดคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 5-6 มีนาคมนี้ นายชุมพล กล่าวถึงกรณีที่ นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ฟ้องศาลปกครองกรณี บอร์ด กกท.ทำผิดขั้นตอนเรื่องการพิจารณา รองผู้ว่าการ กกท.ว่า บอร์ด กกท.หารือกับอัยการว่าจะมีผลย้อนหลังหรือไม่ และเห็นควรให้ยุติ หรือยื่นอุทธรณ์ แต่ตนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก และควรจะจบลง เพราะบอร์ด กกท. หรือ กกท.เองก็ไม่มีผู้ใดเสียหาย เพียงแต่ศาลปกครองต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างเท่านั้น ส่วนกรณีที่ “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ลาออกจากบอร์ด กกท.เนื่องจากผิดคุณสมบัติ โดย “บังยี” เป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น บอร์ด กกท.จะพิจารณาผู้อื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อไป



