
สุขแบบง่ายๆ ในครอบครัว
สถาบันครอบครัวนับว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการสร้างสังคมให้เปี่ยมสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดทำโครงการ "สุขสร้างได้ สร้างง่ายๆ ทุกครอบครัว" เพื่อรณรงค์ให้คนเมืองตระหนักและใส่ใจเรื่องสุขภาพกาย ใจ และสังคมอย่างยั่งยืน
นพ.วิชัย กล่าวถึงว่า โครงการนี้เป็นโครงการต้นแบบ เพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับครอบครัว โดยมีเป้าหมายที่จะมุ่งเน้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญในด้านสุขภาพสังคม คือ ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นผลพวงมาจากการออกกำลังกาย ส่วนด้านสุขภาพใจก็มาจากการทำให้ชีวิตมีความสุข ความพอใจ ความสมหวัง ในขณะที่ความสุขทางด้านสังคมนั้น ก็เป็นเรื่องของการแบ่งปัน ทั้งผู้ให้และผู้รับได้แต่สิ่งดีๆ
"มนุษย์เป็นนักแสวงหาและขี้เหงาที่สุดในโลก ถ้าแก้ไขไม่ถูกจุดจะก่อให้เกิดปัญหาและไม่มีความสุขอย่างแท้จริง หน่วยงานของ สสส. จึงอยากส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักวิธีการสร้างสุขอย่างถูกต้อง นั่นก็คือ การเริ่มต้นจากการสร้างสุขในครอบครัว ซึ่งเป็นสังคมหน่วยเล็กๆ ที่สำคัญมากที่สุด เพราะสังคมไทยจะแข็งแรงได้ก็ต้องมาจากสังคมที่เข้มแข็งระดับพื้นฐานก่อน" รองประธาน สสส. กล่าว
ขณะที่ทูตแห่งความสุข "โต๋" ศักดิ์สิทธิ์ ที่แม้จะมีงานล้นมือเพียงใด แต่เขาเลือกสร้างความสุขให้แก่ตัวเองและครอบครัวแบบง่ายๆ ด้วยการงดรับงานทุกวันอาทิตย์ เพื่อไปเข้าโบสถ์แบบพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงการเจียดเวลาบางวันเจือจางความสุขให้แก่ผู้อื่นโดยเฉพาะน้องๆ ที่เจ็บป่วยไม่สบาย ด้วยการเล่นดนตรี ส่งผลให้ตัวเองพลอยมีความสุขไปด้วย
"นอกจากที่กล่าวมาแล้ว อีกสองวิธีที่ผมยึดถือเป็นข้อปฏิบัติประจำคือ คือ การไม่เข้าใกล้อบายมุขใดๆ เลย การเล่นดนตรีนอกจากจะช่วยสร้างสุขแล้ว เสียงดนตรียังช่วยลดความเครียด และเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อยากจะฝากถึงทุกคนว่า ควรหาหนทางแห่งการสร้างสุขในแบบฉบับของตัวให้พบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ต้องเป็นแนวทางที่ถูกต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน" ทูตแห่งความสุขกล่าว
ข้างฝ่าย นคร เวชสุภาพร คุณพ่อของทูตแห่งความสุขกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการสร้างสุขในครอบครัวคือ เวลา เพราะเวลาคือชีวิต ถ้าอยากให้ชีวิตมีความสุขก็ต้องมีเวลา ดังนั้นพ่อแม่ควรให้เวลาแก่ลูกๆ ให้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 18 ปี ไม่ควรรอเวลาให้ลูกโตกว่านี้เพราะจะไม่ทันกาลแล้ว
ด้านอดีตนักกีฬาเทควันโดสาวที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย "น้องวิว" เยาวภา หลังจากลาสังเวียน แล้วหันมาเอาดีทางกีฬาฟันดาบแทน เล่าถึงสไตล์การสร้างสุขในแบบฉบับของครอบครัวเธอว่า การสร้างความสุขของเธอจะเริ่มจากสร้างสุขกายก่อน ด้วยการพากันไปเล่นฟิตเนส ใครถนัดเล่นประเภทไหนก็เลือกตามใจชอบ แต่สุดท้ายก็จะมาเล่นปิงปองด้วยกัน ในขณะที่สุขใจก็ทำง่ายๆ ด้วยการสวดมนต์ร่วมกัน และสุขสังคมก็หาโอกาสไปทำบุญทำทานช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า
และสำหรับนักหวดลูกสักหลาดอย่าง "ปิ๊ก" ดนัย เป็นอีกคนที่เลือกสร้างสุขทางด้านร่างกายและสังคมจากสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือการเล่นกีฬาเทนนิสและการรวมตัวกับเพื่อนๆ นักเทนนิส เปิดคลินิกสอนเทคนิคขั้นพื้นฐานให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างจังหวัด แล้วเลือกสร้างสุขใจด้วยการใช้เวลาทุกวันศุกร์อยู่กับครอบครัว
ได้เห็นตัวอย่างการสร้างสุขจากคนดังกันไปแล้ว พอจะเห็นแนวทางสร้างสุขในแบบฉบับตัวเองกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ...



