
คมชัดลึกตอนสัมพันธ์ร้าวลึกไทย-กัมพูชา?
การออกมาแสดงความเห็นใจ และพร้อมสร้างบ้านพักในกรุงพนมเปญเพื่อรับรอง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กระทบต่อสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาอย่างรุนแรง แม้รัฐบาลไทยจะยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาก็ตาม
รายการ คม-ชัด-ลึก วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2552 ตอน สัมพันธ์ร้าวลึก ไทย-กัมพูชา ? เปิดมุมมองของนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน นักการทูตระดับอินเตอร์ และสื่อมวลชนในแวดวงการต่างประเทศเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากวิวาทะครั้งนี้อย่างรอบด้าน
"ฮุน เซน" ป่วน!เพราะผลประโยชน์ร่วมกับ "ทักษิณ"
อัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ชี้ว่า ประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูดคุยในเวทีอาเซียน จึงไม่มีผลกระทบต่อการประชุมอาเซียนแต่อย่างใด
จุดประสงค์ของสมเด็จฮุน เซน น่าจะไม่ได้ต้องการสร้างความอับอายให้แก่รัฐบาลไทยเพียงอย่างเดียว แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะผลประโยชน์ร่วมบางอย่างกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า
อย่างไรก็ตาม หากสมเด็จฮุน เซน คิดว่าการพูดเช่นนี้จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ล้มได้ หรือทำให้การแก้ปัญหาชายแดนและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลลุล่วงไปได้โดยเร็ว ก็คิดว่าคงโง่เต็มที เพราะนักการเมืองไทยฉลาดกว่าที่สมเด็จฮุน เซน คิดเยอะ
ส่วนแนวทางการตอบโต้ของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะคำพูดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นว่า เหมาะสมดีแล้ว และคิดว่าไม่เบาจนเกินไป ถ้าฟังดูดีๆ แล้วจะเจ็บมาก ถ้าเป็นคนที่ศิวิไลซ์ด้วยกัน และคิดว่าการตอบโต้ครั้งนี้มีชั้นเชิง และเป็นผู้ใหญ่กว่ากันมาก
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยก็ไม่ควรออกมาตอบโต้ด้วยตัวเอง แต่อาจใช้การทูตคู่ขนาน โดยอาจจะให้ภาคประชาชน หรือสื่อมวลชนออกมาตอบโต้แทน ด้วยการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ หรือบุกไปสถานทูตเพื่อแสดงความไม่พอใจ
อดีตนักการทูตรายนี้มองว่า ความเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุน เซน ครั้งนี้ เป็นการทำด้วยความไม่รอบคอบ เพราะจะส่งผลเสียระยะยาว แต่ก็มีบางคนที่มองว่า สมเด็จฮุน เซน คิดรอบคอบดีแล้ว เพราะเขารู้ดีว่าการเมืองไทยอ่อนแอมาก
"ตอนนี้สมเด็จฮุน เซน พูดอะไรก็มีคนเสื้อแดงคอยแก้ให้ตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก คนเสื้อแดงคงลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งเคยเกิดเหตุเผาสถานทูตไทยในกัมพูชาในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ และใครเป็นคนจ่ายเงินแทนสมเด็จฮุน เซน ลองไปเช็กดู"
เกลียด-ด่าฮุน เซนได้แต่อย่าเหมารวมคนเขมร
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ยอมรับว่า การประชุมอาเซียนมีความสำเร็จเกิดขึ้นหลายเรื่อง แต่การฉกฉวยโอกาสทางการเมืองทำให้ความสนใจถูกเบนไปโดยสมเด็จฮุน เซน ทำให้การประชุม 3 วัน มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างน้อย 1-2 วัน
มองว่า วาระหลักของสมเด็จฮุน เซน น่าจะต้องการเร่งให้เกิดการแก้ปัญหาความขัดแย้งตรงพรมแดนไทย-กัมพูชา มากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ
รวมทั้งยังมองว่า สมเด็จฮุน เซน ต้องการให้สมาธิของผู้นำไทยในฐานะประธานอาเซียนเสียไป แต่โชคดีที่นายกฯ เข้าใจตั้งแต่ต้น จึงตอบโต้อย่างพองาม ซึ่งคิดว่าพอเหมาะพอควรแล้ว พอวันต่อมานักข่าวถามสมเด็จฮุน เซน ก็ไม่พูดอีก เพราะคิดว่าได้พูดไปพอแล้ว
นอกจากนี้ การตอบโต้สมเด็จฮุน เซน ก็อย่าล้ำเส้นเกินไป อย่ารักชาติจนขาดสติ ทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ หรือไม่ชอบสมเด็จฮุน เซนได้ แต่อย่าเลยเถิดถึงขั้นจงเกลียดจงชังคนเขมร เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ต้องทำธุรกิจร่วมกัน ไม่สามารถยกประเทศหนีได้
"ทักษิณ-ซูจี" ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี โครงการสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียน ระบุว่า ในการประชุมคณะทำงานร่วมกับผู้แทนกัมพูชาไม่ได้พูดคุยประเด็นนี้ แต่จะพูดเรื่องการทำงานร่วมกันมากกว่า
ส่วนประเด็นการเปรียบเทียบนางออง ซาน ซูจี กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ของสมเด็จฮุน เซน ตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า "คุณไม่ควรเปรียบเทียบบางสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้"



