
จี้กำจัดจุดอ่อนรับเปิดเสรีอาเซียนห่วง3อุตฯแข่งยาก
กระทุ้งไทยเร่งปรับตัวรับมือเปิดเสรีอาเซียน ห่วงอุตสาหกรรม "อิเล็กทรอนิกส์-สิ่งทอ-ปิโตรฯ" แข่งขันลำบาก มองสินค้าเกษตรมีศักยภาพเพียงพอ พาณิชย์เล็งชงคลังลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ 300 รายการ หนุนส่งออก เพิ่มขีดแข่งขัน
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย กล่าวว่า โดยภาพรวมไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาเซียน แต่ก็ยอมรับว่าอาจไม่มีความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งไทยต้องหันมาศึกษาจุดอ่อนอย่างจริงจัง เพื่อปรับตัวรับมือการแข่งขันที่จะมีมากขึ้น โดยสินค้าที่น่าห่วงได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และปิโตรเคมี ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่ไทยน่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ ยานยนต์ สินค้าเกษตรต่างๆ ที่ไทยมีศักยภาพมากกว่าเพื่อนบ้าน
"ยอมรับว่าเรื่องข้าวไทยอาจเสียเปรียบด้านราคากับคู่แข่งอย่างเวียดนามที่มีราคาถูกกว่า แต่ในความเป็นจริงไทยยังมีศักยภาพด้านอื่นที่ได้เปรียบกว่าเวียดนาม แต่ผู้ผลิตไทยคุ้นเคยกับระบบประกันราคาจนไม่เข้าใจถึงกระบวนการแข่งขันที่แท้จริงมากเท่าที่ควร" นายประมนต์ กล่าว
ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการลดภาษีภายใต้กรอบอาฟตาที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2553 ว่า การเปิดเสรีการค้าครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อสินค้าเกษตร โดยรัฐบาลได้วางมาตรการในการดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว โดยเฉพาะปัญหาการนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ว่าจะต้องไม่นำเข้าในช่วงที่รัฐบาลทำการประกันราคาข้าว อีกทั้งผู้ที่นำเข้าจะต้องมีใบอนุญาตค้าข้าวอย่างถูกต้อง โดยจะเน้นการตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนนำเข้าทุกครั้ง
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทย เกี่ยวกับแนวทางการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อกระตุ้นการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ขณะนี้ได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว และเตรียมจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบรวมแล้วประมาณ 300 รายการ
ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่ผู้ส่งออก ซึ่งจะนำข้อสรุปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ หากไม่มีปัญหาอะไรคาดว่ากระทรวงการคลังจะทำการปรับลดภาษีสินค้าทุกรายการแล้วเสร็จตามข้อเสนอได้ภายในต้นปี 2553 แน่นอน
“หากไม่เร่งลดภาษีอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย เนื่องจากการลดภาษีสินค้าต่างๆ ภายใต้กรอบอาฟตา จะทำให้ต้นทุนการผลิตของประเทศต่างๆ รวมทั้งคู่แข่งของไทยถูกลงอยู่แล้ว หากเราไม่ลดภาษีให้ผู้ประกอบการไทยอาจแข่งขันลำบาก” นางพรทิวา กล่าวและว่า การลดภาษีวัตถุดิบกว่า 300 รายการนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้การส่งออกปีหน้าขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10-15%



