
ทวงเงินเหลืออบรมต้นกล้าคืนคลังพันล้าน
ผู้อำนวยการ "ต้นกล้าอาชีพ" ส่งหนังสือทวงเงินที่เหลือจากการใช้อบรม คาดมีไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาท เหตุคนเข้าอบรมน้อยกว่างบที่จัดสรร เตรียมส่งคืนเข้าคลัง
นายโสภณ อัศวานุชิต ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน หรือ “โครงการต้นกล้าอาชีพ” กล่าวถึงกรณีที่ตรวจสอบพบว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณในโครงการต้นกล้าฯ สูงกว่าจำนวนคนที่เข้าฝึกอบรมจริงกว่า 1,000 ล้านบาท ว่าขณะนี้สำนักงานอยู่ระหว่างติดตามงบดังกล่าว โดยส่งหนังสือให้จุดฝึกอบรมที่มีอยู่กว่า 100 แห่งทั่วประเทศเร่งสรุปยอดการเบิกจ่ายเพื่อให้ทราบว่างบที่ได้รับการจัดสรรไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนมีเหลือเท่าไร ซึ่งหลายหน่วยงานยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าเข้ามา
"เงินที่ใช้ไม่หมดจะต้องส่งคืนกระทรวงการคลังเร็วที่สุด คาดว่ามีเหลือไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท เพราะจำนวนคนที่เข้าร่วมโครงการมีน้อยกว่างบที่จัดสรร หรือมีงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้แทนจึงไม่ได้เบิกจ่ายงบก้อนนี้ไป” นายโสภณ กล่าวและว่า สำนักงบประมาณจะแจ้งทุกครั้งว่า เมื่อได้รับการจัดสรรงบแล้วต้องสรุปยอดค่าใช้จ่ายและส่งเงินที่เหลือคืนคลังภายใน 30 วัน แต่ในทางปฏิบัติหลายหน่วยงานยังไม่ส่งคืนและบางแห่งกันงบไว้จ่ายเหลื่อมปี
สำหรับหลักการการจัดสรรงบนั้น สำนักงานได้จัดสรรตามจำนวนที่กำหนดไว้แต่ละห้องเรียน เพราะไม่ทราบว่าจะมีผู้เข้าฝึกอบรมมากน้อยเท่าใด ซึ่งในหลักการต้องเบิกจ่ายจากจำนวนคนที่เข้าอบรมจริงแต่ละวัน โดยเฉพาะการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าพาหนะคนละ 190 บาทต่อวัน จุดฝึกอบรมต้องเช็กชื่อคนเข้ารับการฝึกอบรมทุกวัน วันละ 2 รอบ คือช่วงเช้าและช่วงบ่าย ส่วนสำนักงานจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้ตัวเลขการเบิกจ่ายสัมพันธ์กับผู้ที่เข้ามาอบรมจริง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการต้นกล้าอาชีพมีตัวเลขการจัดสรรงบประมาณมาก แต่การเบิกจ่ายจริงยังน้อยมากไม่ถึง 3,000 ล้านบาท เพราะระบบการจัดสรรงบและการเบิกจ่ายเงินไม่เหมือนกับโครงการอื่น



