
บิ๊กโจ๊ก ลุยยึดทรัพย์เงินกู้ กว่า 80 ล้าน
บิ๊กโจ๊ก ลุยยึดทรัพย์นายทุนเงินกู้นอกระบบ กาฬสินธุ์กว่า 80 ล้าน ระบุกลโกงในรูปแบบรับจำนำ เอาโฉนดมาเป็นของตัวเอง เตรียมแจกโฉนดที่ยึดได้คืนประชาชนพรุ่งนี้กว่า
19 ก.ย.61-“บิ๊กโจ๊ก ลุยยึดทรัพย์นายทุนเงินกู้นอกระบบ จ.กาฬสินธุ์ กว่า 80 ล้านบาท ระบุ กลโกงในรูปแบบรับจำนำ เอาโฉนดมาเป็นของตัวเอง เตรียมแจกโฉนดที่ยึดได้คืนประชาชนพรุ่งนี้กว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมมั่นใจแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวนำนายทุนมาเข้าระบบ จะแก้ปัญหาได้”
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองหัวหน้าชุดป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นำกำลังตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อยึดทรัพย์เครือข่ายเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามพรบ.ฟอกเงิน ลักษณะเดียวกันกับที่จังหวัดขอนแก่น และ จังหวัดอุดรธานี
โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ทั้งหมด 7 จุด 5 เครือข่ายใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 80 ล้านบาท
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกว่า พื้นที่ในอำเภอเมืองที่เข้ามาตรวจค้น คือ บริษัทเอกชัยกาฬสินธุ์ สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้ 5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทนี้ ทำผิดเงื่อนไขของกระทรวงการคลัง ในการนำสินเชื่อฟิโคไฟเนเชียล มาปล่อยเงินกู้ เกินกว่าหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด คือ ปล่อยเงินกู้ให้ลูกหนี้แต่ละรายปล่อยกู้เกิน 50,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยึดโฉนดที่ดินมาเป็นของตัวเอง จึงได้ทำการอายัดทรัพย์
และยังได้เข้าตรวจค้นอายัดทรัพย์ บ้านเลขที่ 450 ต.กาฬสินธุ์ อ.กาฬสินธุ์ ภายในที่ดินนี้มีบ้าน2หลัง และรถยนต์อีก2คัน มูลค่ากว่า 8 ล้านบ้าน ซึ่งที่ดินแห่งนี้ ถูกนายทุน ซึ่งมีเจ้าของร้านทองจิ่งเซีย เครือข่ายของ นางบุศรินทร์ ธนกุลอนันต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า เจ้าของร้านทอง มีการทำนิติกรรมอำพราง นำโฉนดของชาวบ้านบางราย ไปยื่นกู้กับธนาคารพาณิชย์ ก่อนนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ยังมีการกระจายกำลังเข้าตรวจยึดทรัพย์สินในอีก 5 จุด พื้นที่ อำเภอสมเด็จ และอำเภอกุฉินารายณ์
โดยทั้งหมดถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฐานฟอกเงิน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า พื้นที่ภาคอีสาน มีประชาชนเดือนร้อนจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในลักษณะนี้ 60-70% โดยพฤติการณ์ของนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ภาคอีสาน จะเป็นการเอาโฉนดที่ดินไปเป็นของตนเองโดยการปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ประชาชนไม่มีเงินมาไถ่ถอนโฉนดคืน และไม่มีเงินมาชำระดอกเบี้ย ทำให้ต้องบังคับใช้กฎหมายการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อเอาที่ดินมาเป็นของนายทุน
ดังนั้นจากปฏิบัติการปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และดำเนินการยึดทรัพย์ ทรัพย์สินคือโฉนดที่ดิน ที่ตรวจยึดได้ ในวันพรุ่งนี้ (20ก.ย.) รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเดินทางมามอบคืนให้กับประชาชน ซึ่งเฉพาะพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มีประชาชนกว่า 1,300 คน โฉนดที่ดินกว่า 3,000 ไร่ คิดเป็น มูลค่ากว่า 3,000 ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ
สำหรับทั่วประเทศในวันพรุ่งนี้จะมีการมอบโฉนดที่ดินคืนเช่นกัน รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ที่ดินกว่าหนึ่งหมื่น โฉนดที่ดิน 4,000 กว่าฉบับ
ทั้งนี้ ที่ดินทั้งหมดเป็นโฉนดที่ดิน ที่ผ่านการเจรจาในรูปแบบคณะกรรมการของจังหวัด และชำระหนี้ตามข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ รวบรวมรายชื่อนายทุน เพื่อนำเข้ามาเป็นนายทุนในระบบ และให้ทำการสมัครเข้าสู่ระบบผ่านกระทรวงการคลังอย่างถูกต้อง และให้ประชาชนกู้โดยผ่านนายทุนเหล่านี้ เพราะถ้าไม่แก้ปัญหา ไม่นำเข้าระบบ โฉนดที่ดินของประชาชนก็จะย้อนกลับเข้าไปหานายทุนเช่นเดิมพร้อมมั่นใจว่า แนวทางการแก้ปัญหาแบบนี้จะเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน



