ข่าว

เร่งเบิกจ่ายดันขาดดุลพุ่ง5แสนล้าน

เร่งเบิกจ่ายดันขาดดุลพุ่ง5แสนล้าน

26 ต.ค. 2552

คลังเผยสิ้นปีงบ 2552 รัฐขาดดุลกว่า 5 แสนล้านบาท เหตุเร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ตัวเลขพุ่งขึ้นจากปีก่อนถึง 17.4% ชี้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเริ่มกระเตื้อง ขณะที่เงินคงคลังยังมั่นคงมีสูงเกือบ 3 แสนล้านบาท

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยถึงฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในเดือนกันยายน 2552 ว่า รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณจำนวน 21,112 ล้านบาท มีผลให้ตลอดปีงบประมาณ 2552 รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณจำนวนรวมทั้งสิ้น 505,404 ล้านบาท และเมื่อรวมกับดุลนอกงบประมาณที่เกินดุล 129,118 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวมทั้งสิ้น 376,286 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.31% ของจีดีพี รัฐบาลชดเชยการขาดดุลเงินสดด้วยการออกพันธบัตร ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วเงินคลัง เป็นเงินประมาณ 441,061 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลเงินสดเกินดุลประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม เงินคงคลัง  ณ  สิ้นปีงบประมาณ 2552 อยู่ในระดับ 293,853 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นระดับที่มีความมั่นคงต่อฐานะการคลังของรัฐบาลอย่างมาก แม้ว่าในระยะต่อไปจะลดลงจากการเร่งเบิกจ่ายเงิน ซึ่งในระดับต่ำสุดอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาทก็ยังเพียงพอในการใช้จ่ายของรัฐบาลในช่วงนั้นๆ
 
 สำหรับการจัดเก็บรายได้รวมทั้งปีงบประมาณ 2552 อยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 8.7% ขณะรัฐบาลมีรายจ่ายประมาณ  1.9 ล้านล้านบาท  สูงกว่าปีก่อนถึง 17.4% ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 477% ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของภาครัฐในช่วงที่ภาคเอกชนยังชะลอการใช้จ่ายและลงทุน

 “เศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2552 เป็นการสะท้อนว่าการดำเนินนโยบายขาดดุลของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายของภาครัฐ ถือว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นระดับเงินคงคลังที่มีอยู่ค่อนข้างสูงเกือบ 3 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นแรงเสริมให้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไปเป็นไปอย่างต่อเนื่อง" นายสาธิตกล่าว