ข่าว

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

18 ก.ย. 2561

"ทนายรณณรงค์" พาพ่อค้าส้มตำถูกก๊วนตำรวจยัดยา เข้ายื่นหนังสือต่อ ผบก.ป. ร้องให้โอนคดีมาสอบสวนแทน หลังลูกสาวถูกชุดสืบ บก.น.1 เรียกรับเงินแลกปล่อยตัวคดียาเสพติด

 

             ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2561 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้นำ นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าร้านส้มตำ ที่ลูกสาวถูกตำรวจยัดยา ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. โดยนำสำเนาจดหมายข่มขู่ และเอกสารคำร้องเพื่อขอให้กองปราบจัดชุดสืบสวนค้นหาต้นตอของจดหมายข่มขู่ผู้เสียหาย รวมถึงขอให้โอนย้ายคดีมาที่กองปราบแทน เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจ

 

 

 

             ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก นายศักดิ์ชัย และ น.ส.สโรชา แน่นอุดร พ่อค้าร้านส้มตำ และบุตรสาวชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ว่า เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ย. ได้ถูกตำรวจสืบสวนกองกำกับการ 1 กว่า 10 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพัก ย่านถนนพระรา 6 ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติด โดย นายศักดิ์ชัย อ้างว่าต้องจ่ายเงิน 5 หมื่นบาทเป็นค่าประกันตัว พร้อมได้รับจดหมายข่มขู่ว่า “ระวังจะตายอย่างหมาข้างถนน”

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

 

 

             นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจ และกลัวจะมีการช่วยเหลือกันในหมู่ตำรวจทำให้คดีจะไม่คืบหน้า จึงเดินทางมาในวันนี้ ซึ่งตนมีประเด็นข้อสงสัยบางอย่างแต่ไม่ขอกล่าวออกสื่อ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท เพื่อทำการชี้ตัวผู้ต้องหา และสเก็ตภาพเพิ่มเติม ยืนยันว่าชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง ซึ่งตนทราบชื่อเล่นและจดจำใบหน้าของบุคคลที่เข้าค้นบ้านในคืนวันเกิดเหตุได้เกือบทุกคน ทราบว่าเป็นพลเรือน 4 คน กับตำรวจอีก 6 คน

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

 

 

             ทางด้าน นายรณณรงค์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นสำเนาของจดหมายข่มขู่ 1 ฉบับ แนบพร้อมกับ เอกสารคำร้องขอต่อกองปราบปรามฯ ซึ่งมี 3 หัวข้อ คือ 1.ให้ตั้งชุดสืบสวนเพื่อหาต้นตอของจดหมายข่มขู่อีกแรงหนึ่ง 2. ขอความคุ้มครองให้กับพยาน และ 3.ขอให้โอนคดีดังกล่าวมาให้กองปราบปรามฯ ที่เป็นหน่วยงานส่วนกลางเป็นผู้จัดการ ทั้งนี้ เนื่องจากตนรับไม่ได้ที่มีการข่มขู่คุกคามพยาน อีกทั้งนายศักดิ์ชัยเลือกที่จะมาเอง ดังนั้น หากไม่คืบหน้าทางคดีต่อไป ก็จะนำเรื่องไปร้องเรียนยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ให้ดำเนินการ สำหรับคดีนี้ไม่ได้มีความผิดปกติทางการทำงาน เพียงแต่ไม่ไว้ใจกับกระบวนการต่าง ๆ เท่านั้น จึงขอให้กองปราบรับโอนมาทำคดีดังกล่าวแทน โดยหลังจากนี้ ตนหวังว่าจะไม่มีการข่มขู่ในรูปแบบใดกับพยานอีก

 

 

 

             ขณะที่ นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตนรู้จักผู้ก่อเหตุ 2 คน คนแรกชื่อ “ดาบวรพล” เคยมาทะเลาะกับลูกชายของตน แล้วก็ขอให้เรื่องจบไป ส่วนอีกคนชื่อเล่นว่า ต่อ เคยมาแจกการ์ดแต่งงานให้ แต่ขณะนั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจหรือไม่ จนเมื่อในวันที่เกิดเหตุ นายต่อได้แสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวที่มีรูปของนายต่อติดอยู่ ส่วนเรื่องจดหมายข่มขู่นั้นในวันนี้ไม่สามารถนำจดหมายข่มขู่ฉบับดังกล่าวมาแสดงได้ เนื่องจากได้ถูกอายัดไว้เป็นของกลางในคดี โดยจะมีการค้นหาลายนิ้วมือและ หาต้นตอจากไปรษณีย์ว่า มีต้นตอการประทับตราที่ใด ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหลายวัน

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

 

 

             ทั้งนี้ นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันของชาวบ้านในพื้นที่ ว่าตำรวจกลุ่มนี้จะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ซึ่งตนยืนยันว่า น.ส.สโรชา ผู้เป็นลูกสาวนั้นไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อนแน่นอน

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

 

 

             ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ หัวหน้างานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนกดดันให้บุคคลทั้ง 4 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาภายในวันพรุ่งนี้(19 ก.ย.61) หากวันพรุ่งนี้ยังไม่เข้าพบตามนัดหมาย จะขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป พร้อมกับเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเรียกรับ และข้อกล่าวหาบุกรุก จากกรณีเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้น

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ

 

 

             ทั้งนี้ข้อมูลจากการสอบสวน ยืนยันถึงการแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สังกัด บก.น.1 รวม 6 นาย โดยมี พ.ต.ต.บัญชา เจือจาน สารวัตรสืบ 1 เป็นหัวหน้าชุด ตำรวจทั้ง 6 นาย ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอน ซึ่งในทางสอบสวนจะมีการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานของตำรวจชุดสืบสวนดังกล่าว ทั้งการตรวจค้น จับกุม การขอหมายค้น หมายจับ รวมถึงการตรวจสอบว่ามีอำนาจตรวจค้น จับกุม โดยไม่มีหมายค้น หรือหมายจับ ในกรณีที่เป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. หรือไม่

 

 

"พ่อค้าส้มตำ" ร้องโอนคดีมากองปราบฯ