
จี้ ! วิษณุเคลียร์กก.สรรหาส.ส.เลือกตั้งหรือรับรอง
"นิกร"ถาม"วิษณุ"ตอบให้ชัดปมจัดให้มีกก.สรรหาส.ส.จะให้เลือกตั้งหรือลงมติรับรอง หวั่นเนื้อหาคลุมเครือพรรคการเมืองเกิดปัญหา เผยทำหนังสือขอกกต.ประชุม
18 กันยายน 2561 "นิกร"ถาม"วิษณุ"ตอบให้ชัดปมจัดให้มีกก.สรรหาส.ส.จะให้เลือกตั้งหรือลงมติรับรอง หวั่นเนื้อหาคลุมเครือพรรคการเมืองเกิดปัญหา พอใจวิธีฟังเสียงนักการเมืองก่อน กกต.เคาะเขตเลือกตั้ง
นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่าพรรค ได้ทำหนังสือเพื่อขออนุญาตจัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการจัดประชุมใหญ่ของพรรค วันที่ 2 ตุลาคม และขออนุญาตจัดประชุมใหญ่ของพรรค วันที่ 5 ตุลาคม รวมถึงขออนุญาตรับสมัครสมาชิกใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม เป็นต้นไป ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว
โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องเริ่มต้นทำกิจกรรมของพรรคช่วงดังกล่าว ต้องรอเข้าประชุมกับ กกต. เพื่อรับฟังคำชี้แจงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 28 กันยายนด้วย เพราะขณะนี้พบว่าตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2561 มีบางประเด็นที่ยังคลุมเคลือต่อการปฏิบัติของพรรคการเมือง
นายนิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ต้องสอบถามกกต. คือ เรื่องว่าด้วยการจัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง จำนวน 11 คน ตามกฎหมายระบุว่า จัดให้มี แต่วิธีปฏิบัติไม่ชี้ชัดว่า จะใช้การเลือกตั้งคณะกรรมการฯ ผ่านที่ประชุมใหญ่ หรือ ใช้รูปแบบเสนอชื่อเพื่อให้สมาชิกที่ร่วมประชุมลงมติรับรอง
"เรื่องนี้สำคัญมาก ดังนั้นตัวแทนของ กกต. และ รัฐบาล โดยเฉพาะ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และพูดให้ชัดเจนว่า จะให้ใช้"เลือกตั้ง"หรือ"การเสนอชื่อ"เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองเกิดปัญหาข้อปฏิบัติ แต่ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง พรรคชาติไทยพัฒนาเตรียมใช้วิธีเลือกตั้ง คือ เสนอชื่อและให้สมาชิกที่ร่วมประชุมลงมติในคูหา" นายนิกร กล่าว
นายนิกร ยังกล่าวถึงหลักเกณฑ์ที่กกต.เตรียมดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ว่า เป็นวิธีที่พอรับได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวคือ การรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่ให้นักการเมืองเป็นผู้บอกกกต.ว่าอยากได้การแบ่งเขตแบบไหน โดยหลักการนั้น กกต. ต้องแบ่งเขตตามที่หลักเกณฑ์ และกฎหมายกำหนดไว้ เช่น เขตพื้นที่ติดกัน เป็นต้น ทั้งนี้เข้าใจว่าการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ศ. ต้องใช้วิธีประณีประนอมร่วมกัน และไม่ใช่แบ่งเขตตามพื้นที่ของพรรค หรือความได้เปรียบของผู้สมัคร ส.ส.



