ข่าว

วิปรัฐวิเคราะห์เกมทักษิณหวังโค่นรัฐบาลก่อนก.พ.

วิปรัฐวิเคราะห์เกมทักษิณหวังโค่นรัฐบาลก่อนก.พ.

26 ต.ค. 2552

วิปรัฐบาลวิเคราะห์เกม“ทักษิณ”หวังโค่นรัฐบาลก่อน ก.พ.นี้ พร้อมเตรียมเสนอยุทธศาสตร์ประคองสถานการณ์สร้างผลงาน-ขยายฐานมวลชน ยันพรรคร่วมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ วอน “ แม้ว ” เสียสละทรัพย์ 6.7 หมื่นล้าน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในชาติ

 (26ต.ค.)  นายชินวรณ์  บุญยเกียรติ  ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมติวิป 3 ฝ่ายที่มอบหมายให้คณะกรรมการยกร่างไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นเป็น 6 ฉบับ โดยพรรคร่วมทุกพรรคเห็นด้วยที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญและแสวงหาแนวร่วมจากทุกฝ่ายเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การสร้างความสมานฉันท์และจะมีการประชุมทุกฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อนำไปสู่การลงประชามติและลงชื่อของสมาชิก 2 สภาตามมาตรา 291 ต่อไป ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศถอนตัวและเรียกร้องให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นความพยายามเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้รอดพ้นจากความผิด

 “ รัฐบาลพยายามแสวงหาแนวร่วมทุกๆฝ่ายเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์อย่างแท้จริงหลังจากเกิดความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งบางประเทศประชาชนยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตแต่มีนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาลกับไม่ยอมเสียสละทรัพย์สิน 6.7 หมื่นล้านบาทและดิ้นรนต่อสู่เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องทำความเข้าใจให้เห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาในรัฐสภาถือเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ” นายชินวรณ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านประกาศถอนตัวไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่รัฐบาลยังเดินหน้าเพราะกลัวเสียหน้าหรือไม่จึงไม่ยอมทบทวนและชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อน นายชินวรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้กลัวเสียหน้าแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดจากมติของวิปทั้ง 3 ฝ่าย หลังจากนั้นเกิดการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยสอดคล้องไปกับจุดยืนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการสร้างรัฐบาลแห่งชาติและนำรัฐธรรมนูญ 40 มาใช้ซึ่งเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียวไม่สามารถนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้ จึงอยากขอร้องให้พรรคเพื่อไทยเข้าสู่กระบวนการรัฐสภาเพื่อเดินหน้าตามมติวิป 3 ฝ่าย ซึ่ง 9 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีก็เปิดใจกว้างรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพราะอุดจุดอ่อนและนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

 เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวข้องกับผู้สำเร็จราชการ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นการจงใจตีรวนของฝ่ายค้านและจงใจที่จะล้มระบบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งวิปรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประเด็นนี้อยู่แล้วจึงไม่สามารถนำเข้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

  นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองโดยวิปรัฐบาลเป็นห่วงการประกาศชุมนุนของกลุ่มคนเสื้อแดงตลอดเดือนพ.ย.นี้รวมถึงการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่เสนอเงื่อนไขรัฐบาลแห่งชาติ รวมถึงการเดินทางไปหารือกับผู้นำกัมพูชาโดยใช้ประเทศเพื่อนบ้านเดินเกมกดดันรัฐบาล ซึ่งถือเป็นกระบวนการจงใจและมีเป้าหมายดิสเครดิตของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเป็นการชักศึกเข้าบ้านรวมถึงการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองและระบบรัฐสภาเพื่อสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการบริหารประเทศจนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยในที่ประชุมวิปรัฐบาลได้ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีให้เข้มแข็งและเป็นธงชัยในการพาประเทศชาติให้รอดพ้นวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง

 “ การออกมาเคลื่อนไหวของกระบวนการภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้เป็นการกระทำทุกวิถีทางโดยการดึงต่างประเทศโดยเฉพาะเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นแนวร่วมในการดิสเครดิตรัฐบาลให้ข้อมูลเท็จในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นสร้างความปั่นป่วนในรัฐสภาหวังโค่นล้มรัฐบาลก่อนเดือน ก.พ.ปีหน้าเพราะหากพ้นเดือน ก.พ.ไปแล้วนโยบายของรัฐบาลเรื่มปรากฏการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศเริ่มดีขึ้นทุกอย่างก็เริ่มเห็นความชัดเจน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องประคองสถานการณ์ให้ไปจนถึงเดือน ก.พ.โดยการยกระดับการต่อสู้ให้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญโดยเฉพาะการเร่งสร้างนโยบายรวมถึงการสร้างมวลชนฝ่ายกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยการประชุมวิปรัฐบาลสัปดาห์หน้าตนจะได้เสนอยุทธศาสตร์สำหรับรัฐบาลในการประคับประคองรัฐบาลให้ไปจนถึงเดือน ก.พ.นี้ ” ประธานวิปรัฐบาล ระบุ

  การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยนิติบัญญัติจะปิดสมัยการประชุมในวันที่ 28 พ.ย.นี้และสภาจะมีการประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 24 พ.ย. ดังนั้นจึงเหลือเวลาการประชุมเพียง 4 สัปดาห์วิปรัฐบาลจึงขอความร่วมมือเพื่อสมาชิกทุกคนให้เข้ามาร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพียงเพื่อผลักดันและพิจารณากฎหมายสำคัญนำไปสู่การปฏิบัติโดยเฉพาะร่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ค้างมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงอยากให้ทุกฝ่ายได้เข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติกันอย่างพร้อมเพรียง

 สำหรับการตั้งกระทู้สดในสภาที่เกิดปัญหาหลังจากมีสมาชิกเสนอถามกระทู้สดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกและอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ถูกพาดพิงซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมข้อที่ 143 ซึ่งวิปรัฐบาลได้มอบหมายให้ตนไปหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกำชับให้ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้ปฏิบัติตามระเบียบการประชุมสภาอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การประชุมสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ