ข่าว

โลกประณามคาร์บอมบ์แบกแดดชี้ฝีมือพรรคบาธ

โลกประณามคาร์บอมบ์แบกแดดชี้ฝีมือพรรคบาธ

26 ต.ค. 2552

แบกแดด - นานาชาติประณามเหตุรุนแรงในอิรัก หลังเกิดระเบิดรถยนต์พลีชีพ 2 ระลอกในกรุงแบกแดด สังเวยชีวิตเกือบ 150 คน เจ็บเกิน 700 คน

 ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ประณามเหตุรุนแรงในอิรัก หลังจากเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในรถยนต์ 2 ครั้ง ใจกลางกรุงแบกแดดเมื่อวันอาทิตย์ (25 ต.ค.) โดยมีเป้าหมายโจมตีกระทรวงยุติธรรม และสภากรุงแบกแดด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 147 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 721 คน นับเป็นเหตุโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี

 เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิหร่าน ประณามว่า การกระทำลักษณะก่อการร้ายนี้ มุ่งทำลายเสถียรภาพและกระบวนการทางประชาธิปไตย

 ระเบิดเกิดขึ้นบนถนนที่เพิ่งเปิดให้มีการสัญจรอีกครั้งเมื่อ 6 เดือนก่อน ห่างจากเขตกรีนโซนที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีสถานทูตสหรัฐกับสำนักงานนายกรัฐมนตรีตั้งอยู่เพียงไม่กี่ร้อยเมตร เจ้าหน้าที่เพิ่งย้ายกำแพงกันระเบิดเพื่อให้ยานพาหนะเข้าใกล้อาคารรัฐบาลได้มากขึ้น โดยนายนูริ อัล มาลิกิ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นสัญญาณว่าความปลอดภัยกำลังกลับคืนสู่กรุงแบกแดด

 ระเบิดครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กลุ่มกบฏยังมีความสามารถในการโจมตีครั้งใหญ่ ทำให้หลายฝ่ายกลัวว่า การโจมตีลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่อิรักเตรียมตัวเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดือนมกราคม ปีหน้า

 ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ชื่อเสียงทางการเมืองและความพยายามลงเลือกตั้งอีกสมัยของนายอัล มาลิกี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำสันติภาพมาสู่ประเทศและคำสัญญาว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

 พลตรีกัสซิม อัล มูซาวี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการกรุงแบกแดด ระบุว่า คนร้ายอาจขับรถยนต์ ซึ่งแต่ละคันบรรทุกระเบิดมากกว่า 1,500 ปอนด์ ผ่านจุดตรวจบางแห่งก่อนพุ่งชนเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่การใช้ระเบิดรถยนต์จำนวนมหาศาลนั้นเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มกบฏชาวสุหนี่ที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลชาวชีอะต์

 ก่อนหน้านี้ อิรักกล่าวหาสมาชิกพรรคบาธที่อาศัยอยู่ในประเทศซีเรียว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีหลายครั้งในเดือนสิงหาคม ซึ่งพุ่งเป้าไปที่อาคารรัฐบาลเช่นเดียวกัน โดยนายอัล มาลิกี กล่าวว่า โศกนาฏกรรมเมื่อวันอาทิตย์เป็นฝีมือของสมาชิกพรรคบาธและกลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดา

 ขณะที่ชาวอิรักจำนวนมากโกรธแค้นระบบรักษาความปลอดภัยที่ล้มเหลวและเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสหรัฐถอนทหารออกจากอิรัก