
CNNเผยหญิงจะเป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจโลก
ผู้หญิงกำลังจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจโลก มีรายได้รวมกันสูงกว่าตัวเลข GDP ของจีนและอินเดียรวมกัน
เว็บไซต์ CNN รายงานว่า อิทธิพลทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตมากที่สุดในโลก ไม่ใช่จีนหรืออินเดียแต่เป็นผู้หญิง โดยจากการประเมินของธนาคารโลก พบว่า รายได้ของผู้หญิงทั่วโลกได้รับการคาดหมายว่าจะสูงถึง 18 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือราว 630 ล้านล้านบาท ภายในปี 2557 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายได้ปัจจุบันถึง 5 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือราว 175 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า 2 เท่า ของการประเมินตัวเลข GDP ของจีนกับอินเดียรวมกันในปี 2557 เสียอีก
สำหรับบรรดาบริษัทต่าง ๆ อำนาจทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ของผู้หญิง ดูเหมือนจะเป็นตลาดที่พวกเขามองเห็นได้อย่างชัดเจนและต้องเข้ายึดครองให้ได้อยู่แล้ว แต่จากผลการศึกษาทั่วโลก โดยบอสตัน คอนซัลทิ่ง กรุ๊ป หรือ BCG กลับพบว่า พวกผู้หญิงรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติที่ด้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นการถูกมองข้ามที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งไมเคิล ซิลเวอร์สไตน์ หุ้นส่วนของ BCG และผู้ร่วมเขียนหนังสืออ้างอิงผลการศึกษาชื่อ " วีเม่น ว้อนท์ มอร์ " ให้ความเห็นว่า แนวทางในปัจจุบัน ที่บรรดาบริษัททั้งหลายปฏิบัติต่อผู้หญิงก็เหมือนกับการพยายามให้พวกเธอ ใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ชายที่เอามาทาเป็นสีชมพู
ซิลเวอร์สไตน์ ยังอ้างถึงเว็บไซต์ " เดลล่า " ของ เดลล์ คอมพิวเตอร์ ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่มีเป้าหมายเพื่อเรียกความสนใจจากผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิงนั้น ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ดูหมิ่นผู้หญิงด้วยข้อความในเว็บไซท์ที่ว่า " คุณจะพบเน็ตบุคส์ ที่สามารถทำได้มากกว่าการเช็คอีเมล " ซึ่งทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าเธอไม่มีความสามารถในการใช้อินเตอร์เน็ต นอกจากการเช็คอีเมล
สำหรับผู้หญิง ผู้ที่ได้ชื่อว่าละเมิดพวกเธอมากที่สุด คือพวกในแวดวงอุตสาหกรรมการเงิน จากผลสำรวจของ BCG พบว่า มีผู้หญิง 12,000 คน ใน 40 ภูมิภาคทั่วโลก พบว่า การทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต หรือ ไอแบงค์กิ้ง , การลงทุน , การประกันภัยสินค้า หรือการให้คำปรึกษาอื่น ๆ มักจะเลวร้ายที่สุดในกรณีที่ลูกค้าเป็นผู้หญิง ซึ่งซิลเวอร์สไตน์ ระบุว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อุตสาหกรรมในด้านนี้ก็จะตกอยู่ในอันตราย เพราะไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือไม่ แต่ผู้หญิงก็ยังเป็นแรงขับในจ่ายการใช้เงินเพื่อการบริโภคที่สำคัญ ผู้หญิงทั่วโลกควบคุมการใช้จ่ายเงินเพื่อการบริโภค ปีละ 20 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือราว 700 ล้านล้านบาท และเชื่อว่าภายในปี 2557 ตัวเลขจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 28 ล้านล้านดอลล่าร์ หรือราว 980 ล้านล้านบาท
ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน ก็มีเรื่องราวของ " สาวโรงงาน " ซึ่งหมายถึงพวกหญิงสาวที่ปัจจุบัน พบว่ากลายเป็นผู้ที่มีอำนาจในการใช้จ่าย ที่เป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ซ่วน เหรียน กรรมการผู้จัดการของกลุ่มวิจัยตลาดจีน ให้ความเห็นว่า แม้ว่าจะเกิดวิกฤติการเงิน แต่การใช้จ่ายภายในประเทศในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ กลับเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ และแรงขับส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้หญิงวัยต่ำกว่า 35 ปี
สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ข่าวการว่างงานครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐ ก็คือสถิติที่เป็นประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำถึงอำนาจที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของผู้หญิง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จำนวนของผู้หญิงทำงานในตลาดแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ เท่าเทียมกับผู้ชาย และภายในสิ้นปีนี้ จำนวนผู้หญิงทำงานในสหรัฐได้รับคาดหมายว่าจะแซงหน้าผู้ชายอีกด้วย
แต่ความไม่เทียมกัน ยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน เช่น ในขณะที่ผู้ชายได้ค่าแรง 1 ดอลล่าร์ แต่ผู้หญิงยังคงได้เพียงแค่ 77 เซ็นต์ และจำนวนของผู้หญิงที่มีตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือCEO ยังคงน้อยมาก ในบริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ มักจะเต็มไปด้วยแรงงานชาย มีบริษัทเพียง 38 แห่ง จาก 400 แห่ง ที่บริหารงานโดยผู้หญิง
เทอรี่ คาวานัฟ ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ของ " โกลบัล แบ็งค์กิ้ง อัลไลแอนซ์ ฟอร์ วีเม่น " ให้ความเห็นว่า ปัญหาอีกประการหนึ่งของผู้หญิง ก็คือเมื่อเวลาผู้หญิงทำงานต้องการกู้เงินก้อนเล็ก ๆ ก็มักจะมีปัญหาในการเข้าถึง เพราะผู้ชายที่อยู่ที่ธุรกิจประเภทนี้มักจะมองข้ามพวกเธอ ทั้งที่ผู้หญิงต้องการจะมีความสัมพันธ์ , ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำจากธนาคารที่พวกเธอใช้บริการ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง
แต่ในขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วคร่ำครวญว่าเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน แต่ในโปรแกรมการเงินของประเทศที่ด้อยพัฒนา ที่มุ่งเน้นการทำให้ครอบครัวต่าง ๆ พ้นจากปัญหาความยากจนนั้น กลับพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง เช่น เช่น โครงการของไมโครไฟแนนซ์ มีการให้เงินกู้ก้อนเล็ก ๆ ระยะสั้น เนื่องจากผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มชอบลงทุนด้านสวัสดิการของครอบครัว และมักจะจ่ายเงินตรงเวลา



