
เปิดตัวตะพาบน้ำดึกดำบรรพ์หนึ่งเดียวของโลก
เชียงใหม่ซูอควาเรียม เปิดตัวตะพาบน้ำดึกดำบรรพ์หนึ่งเดียวของโลก ผู้บริหารระบุลงทุนเพิ่มอีกกว่า 20 ล้าน ตั้งเป้าทำรายได้ปีละ 100 ล้าน หวังคืนทุนใน 10 ปี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ต.ค.2552 ที่โครงการ “เชียงใหม่ซู อวาเรียม”ในสวนสัตว์เชียงใหม่ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายโรจน์ ธุวลิน ประธานกรรมการบริษัทมารีนสเคป(ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวตะพาบน้ำม่านลายไทย ซึ่งเป็นตะพาบน้ำดึกดำบรรพ์มีอายุ 100 กว่าปี ซึ่งถือเป็นสัตว์หายากไม่หลงเหลือให้เห็นในธรรมชาติ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักตัวอยู่ที่ 130 กิโลกรัมเส้นผ่าศูนย์กลางกระดองยาว 1.5 เมตร มูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท
นายโรจน์ เปิดเผยว่า ตะพาบน้ำตัวนี้เป็นเพศเมีย มีชื่อว่า “ซูโม่”หรือที่เรียกกันว่า “คุณทวด” เพราะอายุมากแล้ว โดยทางอควาเรียม ได้รับการอนุเคราะห์ะมาจากนักอนุรักษ์รายหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยตัวที่เลี้ยงดูตะพาบ และเต่าหลายชนิดมายาวนาน ซึ่งมีแนวคิดตรงกันว่าน่าจะนำมาฝากจัดแสดงไว้เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสศึกษาก็จะเป็นประโยชน์กว่าการเลี้ยงเก็บไว้ดูเองจึงได้นำมาฝากเลี้ยงไว้
สำหรับตะพาบน้ำม่านลายไทยตัวนี้ มีลวดลายสวยแปลก ลำตัวมีลายแปลกตา เป็นรูปเจดีย์ทั้งที่บริเวณต้นคอและไหล่สองข้าง มีความแข็งแรงมากและยังสามารถมีอายุยืนได้ 200-300 ปี กินปลาเล็กเป็นอาหาร ปกติจะสามารถกินปลาได้ครั้งละ 20 กิโลกรัม และจะอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ ปัจจุบันหาไม่ได้แล้วในโลกนี้ จึงอยากให้นักท่องเที่ยวหาโอกาสเข้ามาชม
นายโรจน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเชียงใหม่ซูอควาเรียมมีสัตว์น้ำอยู่ประมาณ 300 สายพันธุ์ รวมมีกว่า 20,000 ตัว ในอนาคตอาจจะมีการนำเต่ากว่า 100 ตัว มาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เต่าเฉพาะเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการเชียงใหม่ซูอควาเรียมในตอนเริ่มต้นนั้น ใช้เงินลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ต่อมามีการลงทุนเพิ่มอีก 70 ล้านบาท ครั้งหลังสุดปีนี้ลงทุนอีก 20 ล้านบาทโดยปรับปรุงพื้นที่ทั้งตกแต่งอุโมงค์ภายในและพันธุ์สัตว์นย้ำและปรับกิจกรรมเพิ่มเติมคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในสองสัปดาห์หลังจากนี้ให้ทันรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาวปี 2552ใช้ชื่อตีมใหม่ว่า “ความลึกลับเหนือจินตนาการ” และตะพาบน้ำม่านลายไทยถือเป็นส่วนหนึ่ง
นายโรจน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงระบำใต้น้ำใหม่ภายใต้แนวคิดว่า “ มหัศจรรย์สีสันโลกใต้น้ำ” โดยมีไอก้านักระบำใต้น้ำจากประเทศคาซัคสถานมาแสดงร่วมกับไนก้านักระบำใต้น้ำจากเบเรรุสเพิ่มอีก 1 คน โดยทั้งสองมีดีกรีเป็นนักกีฬาระบำใต้น้ำโอลิมปิค
ด้านรายได้นั้น เฉพาะปีนี้มีรายได้ที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายเข้ามากว่า 90 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่ม เพราะมีสัญญานบ่งชี้ที่ดี ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมายอดนักท่องเที่ยวเดินทางมาสวนสัตว์เชียงใหม่มากขึ้น คาดว่าปีหน้าหลังปรับปรุงลงทุนเพิ่มหลายส่วนน่าจะมีรายได้เข้ามาเกินปีละ 100 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 10 ปีน่าจะคืนทุน



