
"ช้างศึก" เป็นสินค้าหลักของสมาคม - วาทะ "บิ๊กกร๊อง"
"เราต้องมีการเตรียมทีมให้ดีที่สุด"
ภายหลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้แต่งตั้ง “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสมาคมฯ ล่าสุด นายวิรัช ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกสมาคมฯ ณ ที่ทำการสมาคม เมื่อวันที่ 14 ก.ย.เพื่อหารือถึงขอบเขตการทำงานในด้านต่าง ๆ
“บิ๊กกร๊อง” กล่าวว่า ตนพบกับ พล.ต.อ.สมยศ เมื่อครั้งที่ไปดูฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย และได้รับการชักชวนให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งตนก็บอกว่ายินดี หากประสบการณ์ฟุตบอลของตนจะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้
สำหรับบทบาทการทำงานของตนนั้น ก็คงเป็นเรื่องของทีมชาติ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของสมาคม ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะแฟนบอลทั้งประเทศให้ความสนใจและมีความคาดหวัง โดยงานที่รออยู่คือ การแข่งขันฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ2018 ” ต่อเนื่องถึงศึก “เอเชี่ยนคัพ” ในต้นปี 2019 เราต้องมีการเตรียมทีมให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้
“ศึกชิงแชมป์อาเซียน แฟนบอลอยากเห็นเราเป็นแชมป์ ส่วนเอเชี่ยนคัพ เราต้องมีผลการแข่งขัน ที่ยอมรับได้ อาจจะไม่ต้องถึงกับเป็นแชมป์ แต่ผลงานต้องติดตราตรึงใจแฟนบอลได้ ผมไม่รู้หรอกว่า ทีมฟุตบอลไทยจะดีขึ้นเห็นผลทันตาหรือไม่ แต่จุดแข็ง จุดอ่อนของฟุตบอลไทยตอนนี้อยู่ตรงไหน ก็พอจะบอกได้”
วิรัช ชาญพานิชย์ วัย 68 ปี เข้าสู่วงการฟุตบอลในราวปี 2535 เข้าสู่ยุครุ่งเรือง “ดรีมทีม” ร่วมกับ “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ,เคยดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย, ผู้จัดการทีมชาติไทย และ เคยผู้ท้าชิงลงสมัครตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับ นายวรวีร์ มะกูดี เมื่อปี 2553 และ ปี 2556
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การเข้ามาครั้งนี้จะเป็นการสืบทอดตำแหน่งนายกสมาคมฯ หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ไม่ใช่แน่นอน การเข้ามาทำหน้าที่ที่ปรึกษาเพื่อนำเอาประสบการณ์มาใช้ประโยชน์เท่านั้น



