
จ่อออกหมายจับ"ม็อบเสื้อแดง"รุมตึ๊บทหาร
จ่อออกหมายจับ "ม็อบเสื้อแดง" รุมทำร้ายทหาร ภายหลังตำรวจหอบเทปบันทึกจากกล้องวงจรปิดตรวจสอบ ระบุตัวชัดเจนแค่ 1 ราย
บช.น. -เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 มีนาคม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวถึงคดีม็อบเสื้อแดงรุมทำร้าย ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ ทหารประจำกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ที่ปลอมตัวเข้าไปปะปนในผู้ชุมนุมสืบสวนหาข่าวจนได้รับบาดเจ็บเมื่อกลางดึกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ว่า พนักงานสอบสวนได้นำภาพเหตุการณ์ที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดและจากกล้องวีดิโอต่างๆ ที่บันทึกได้ให้ ส.อ.อำนวย ที่ตกเป็นผู้เสียหายตรวจสอบแล้วและยืนยันชี้ตัวผู้ต้องหาที่รุมทำร้ายซึ่งจำหน้าได้เพียง 1 คนเป็นชายที่ร่วมกันรุมทำร้ายและหน่วงเหนี่ยวกักขัง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นใครมาจากไหนและจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลดังกล่าวในเร็วๆนี้ เมื่อผู้เสียหายยืนยันชี้ตัวเพียงคนเดียวเท่านั้นจากบุคคลที่ปรากฎในภาพจำนวนหลายคนเราก็พร้อมดำเนินการ
ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) กล่าวว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการชุมนุมบ่อยครั้งเร่งรัดดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่มให้เสร็จสิ้นโดยเร็วและเน้นย้ำให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ทุกคดีดำเนินไปพร้อมกันทุกสีเสื้อ ส่วนพรุ่งนี้จะเรียกประชุมพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง สน.หนองจอก สน.ลาดกระบัง ที่มีคดีเกี่ยวกับ นปช. นปก. รวมอยู่ด้วยในการชุมนุมสอบถามความคืบหน้าคดีเร่งรัดดำเนินการหากติดขัดตรงไหนจะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา
"ขอยืนยันทุกคดีที่เกิดขึ้นตำรวจดำเนินการหมดทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง ส่วนกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้ายทหารนั้น พนักงานสอบสวนได้นำภาพวงจรปิดให้ผู้เสียหายดูแล้วและยืนยันว่ามีใครทำร้ายบ้างซึ่งตำรวจะออกมายจับคนที่ทำร้ายร่างกายต่อไป"พล.ต.ต.อำนวย กล่าว
รมช.มหาดไทยเปิดอาคารเรียนเจอม็อบเสื้อแดงต้าน
สุริทร์-รมช.มหาดไทย เปิดป้ายอาคารเรียนเทศบาลอำเภอท่าตูม พร้อมมอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและแจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรที่ประสพภัยแล้ง แต่เจอม็อบเสื้อแดงประมาณ 100 คน ชุมนุมต่อต้านกว่า 30 นาที ก่อนพากันแยกย้ายกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มี.ค. 2552 นายบุญจง วงศ์ไตรัตน์ รมช.ว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดป้ายอาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาลตำบลท่าตูม มี นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผวจ. สุรินทร์ พร้อมคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลท่าตูมให้การต้อนรับ และมอบเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ ที่ขึ้นทะเบียนกับเทศบาลตำบลท่าตูม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มอบไม้ดักยุงให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้วย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้รีบมาขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ เนื่องจากขณะนี้ พบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณไว้ให้กว่า 9 พันล้านบาท ในขณะเดียวกันในส่วนของค่าตอบแทนของ อสม.อีกประมาณ 3 พันล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ด้านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและส่วนปกครองท้องถิ่น ได้ดูแลเรื่องภัยแล้งให้กับประชาชน เนื่องจากปีนี้ความแห้งแล้งมาเร็วมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเดินมาเปิดป้ายอาคารเรียนดังกล่าว ที่สนามด้านหน้าที่ว่าการอำเภอท่าตูมจังหวัดสุรินทร์ ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คน ได้เดินทางชุมนุมถือป้าย โจมตีรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 100 กว่านาย คอยรักษาความปลอดภัย และป้องกันเหตุ อยู่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที่ ก็พากันสลายตัวกลับไป โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น
หลังจากเปิดอาคารเรียนโรงเรียนเทศบาลท่าตูมแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ไปเปิดคาราวานรถบรรทุกน้ำ และแจกจ่ายน้ำให้กับชาวบ้านตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ที่โรงเรียนบ้านหนองแวง ตำบลเมืองแก อำเภอท่าตูมจังหวัดสุรินทร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้จังหวัดสุรินทร์ ได้ประกาศให้ 4 ตำบลเป็นพื้นที่ประสพภัยแล้งแล้วทั้งอำเภอ โดยทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้าไปช่วยเหลือราษฎรโดยเร่งด่วน และหากรุนแรงมากให้รายงานไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอรับการสนับสนุน
"สปน.”เตรียมส่งทนาย“ถอนฟ้องคดีแพ่งไล่ที่“พันธมิตรฯ
“สำนักเลขาธิการนายก ฯ” เตรียม ส่งทนาย “ ถอนฟ้องคดีแพ่ง ไล่ที่ “ พันธมิตรฯ” ครั้งชุมนุมทำเนียบ หลังการชุมนุมยุติ หมดสิ้นเหตุฟ้องคดีแล้ว
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.52 นายเมธี ใจสมุทร ทนายความของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงคดีที่นายลอยเลื่อน บุญนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 5 แกนนำ และผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่องละเมิด ขับไล่ออกจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนได้เตรียมยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลแพ่งในวันพรุ่งนี้ ( 3 มี.ค.) เวลา 09.00 น.ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานโจทก์คดีดังกล่าวไว้ เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โจทก์ เห็นว่าจำเลยได้ย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งมีการเปิดเส้นทางจราจรบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนพิษณุโลก และถนนราชดำเนินทุกช่องจราจรตามปกติแล้ว ดังนั้นเหตุแห่งความเดือดร้อนในการฟ้องคดีได้หมดสิ้นไป ไม่มีเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับคดีอีก โดยคดีนี้ไม่มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วยจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาคดีต่อไป ตนจึงเตรียมยื่นคำร้องขอถอนฟ้องให้ศาลพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 27 ส.ค.51 หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯ นำผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปปักหลักชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.51 เพื่อขับไล่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นให้พ้นจากตำแหน่ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งขับไล่จำเลยทั้ง 6 และประชาชนผู้ร่วมชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาลและรื้อถอนเวทีปราศรัย สิ่งกีดขวางทั้งหมดออกจากทำเนียบพร้อมทั้งให้เปิดถนนพิษณุโลก และถนนราชดำเนิน เพื่อให้ คณะรัฐมนตรี และข้าราชการสามารถปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลได้ โดยศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกจากพื้นที่ แต่ภายหลังกลุ่มพันธมิตรได้ยื่นขอให้ศาลงดการบังคับคดีขับไล่ที่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินการตามหมายบังคับคดีโดยไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเมื่อวันที่ 29 ส.ค.51 ศาลแพ่งจึงได้มีคำสั่งงดการบังคับคดี และต่อมาในภายหลังกลุ่มพันธมิตรฯได้ย้ายสถานที่ชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง และสุวรรณภูมิ เพื่อขับไล่รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์



