
สื่อพม่าชี้ทักษิณคุณสมบัติไม่เท่าซูจี
บก.สาวะวินโพสต์ เชื่อ "ฮุนเซน" เปรียบ "ทักษิณ" เทียบเท่า "ซูจี" มีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวข้อง และไม่มีคุณสมบัติเทียบเท่าวีระสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เชื่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาอาจไม่ราบรื่น
(26ต.ค.) นางสาววันดี สันติวุฒิเมธี บรรณาธิการนิตยสารสาละวินโพสต์ เปิดเผยว่า กรณีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้สัมภาษณ์ถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าควรได้รับความสนในจากประชาคมโลกพอๆ กับนางออง ซานซูจี ผู้นำการต่อสู้ประชาธิปไตยในพม่านั้น โดยส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นคนละเรื่องคนละกรณีกัน ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
กรณีของนางอองซาน ซูจี นั้นถือเป็นผู้นำการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศพม่า ซึ่งทั่วโลกต่างรับรู้แล้วว่าเธอถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมอย่างไรบ้างตลอดระยะเวลาหลายปี ถือว่าเป็นการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยและสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ส่วนกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องจริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งคนทั่วโลกและคนไทยเองต่างก็รับรู้ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างหลังจากที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ดังนั้น บุคคลทั้งสองไม่สามารถเทียบกันได้เลย ทั้งเนื้อหาและสาระ หากจะพูดกันอย่างตรงไปมาแล้วนั้น ไม่สามารถนำคุณสมบัติของพ.ต.ท.ทักษิณ มาเปรียบเทียบกับนางอองซาน ซูจี ได้เลย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นคนที่ทั่วโลกต้องการให้ได้รับอิสรภาพ
สำหรับการที่สมเด็จฮุนเซน ออกมาปกป้องและยกย่องเชิดชูพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น มองว่าอาจจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนมาเกี่ยวข้องเพราะมีการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องการลงทุนในประเทศกัมพูชา จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สมเด็จฮุนเซนฯออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์น่าจะไม่ราบรื่นนักต่อจากนี้ไป
ชาวพม่าฉุน"ฮุนเซน"ยก"แม้ว"เทียบชั้นอ่องซาน ซูจี
ชาวพม่า ซึ่งประกอบไปด้วยนักการเมือง นักศึกษาพม่า และชาวพม่าทั่วไปตามแนวชายแดนไทย-พม่า และในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่างไม่พอใจที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ออกมากล่าวเปรียบเปรยให้พ.ต.ท.ทักษิณนั้น เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยเทียบชั้น นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี. และนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ว่า ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหามากที่ยังไม่เคลียร์ตัวเอง ในช่วงที่มีปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่ง หากพันตำรวจโททักษิณ จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต้องกลับมาต่อสู้ในประเทศไทย ตั้งแต่กลุ่มคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติได้ทำการปฏิวัติ หรือ ช่วงรัฐบาลภายใต้คมช.ดูแล
นายหม่อง หม่อง ยี อดีตนักศึกษาพม่า ที่ชายแดนไทย-พม่า จ.ตาก กล่าวว่า นางอ่องซาน ซูจี เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่อยู่ในประเทศของตนเองมาตลอด ไม่เคยคิดออกนอกประเทศ แม้ว่า รัฐบาลทหารพม่าจะให้ออกนอกประเทศก็ตาม แต่นางไม่ยอมออกไป และต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝง ต่างกับพ.ต.ท.ทักษิณมาก จะมาเทียบชั้นกันไม่ได้



