
คืนที่ 5 ไร้แผงกั้นงานศพ 'เก๋ ลาพรีม'
งานศพ 'เก๋ ลาพรีม' คืนที่ 5 เพลย์บอยไทยแลนด์ นำทีมนางแบบร่วมงาน ผู้ถือหุ้น 'ลาพรีม' ต้องการให้ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดของกิจการ
บรรยากาศงานศพคืนที่ 5 “เก๋” ไม่มีแผงกั้นรอบศาลาแล้ว บ.เพลย์บอยไทยแลนด์ นำทีมนางแบบเคารพศพ ด้านผู้ถือหุ้น “ลาพรีม” ต้องการให้ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดของกิจการ หวั่นไม่ได้รับเงินลงทุนคืน หลังงานศพเตรียมหารือกับพ่อแม่สืบทรัพย์ จัดสรรให้ผู้ถือหุ้น
วันที่ 13 กันยายน 2561 ที่ศาลา 10 วัดนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนเริ่มงานอภิธรรมศพของ น.ส.กันยกร หรือเก๋ ในคืนที่ 5 ทางครอบครัวขันแก้วและญาติพี่น้องครอบครัวพิพัฒน์ชูเกียรติ และสมาคมชาวพะเยา ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ
โดย 3 คืนก่อนหน้านั้นมีแผงกั้นโดยรอบศาลา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม 19 นาย มาคอยกันผู้สื่อข่าวและห้ามถ่ายภาพ แต่ในคืนนี้แผงกั้นรอบศาลาถูกนำออกไป มีบรรดาคนดังและญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมงานเป็นระยะ โดยมี บ.เพลย์บอยไทยแลนด์ นำทีมนางแบบมาเคารพศพ โดยมีนางกัลยา ขันแก้ว แม่ของเก๋ กันยกร มาคอยต้อนรับแขก และผู้สื่อข่าว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ขณะที่ ผู้ถือหุ้นของ คลินิก LA' PRIM CLINIC (ลาพรีมคลินิก) รายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ที่มาร่วมงานศพ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นหนึ่งได้ผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 9 หุ้น ตนเองลงทุนไป 1 ล้านบาท มูลค่ารวมทั้งหมด 10 กว่าล้าน โดยก่อนหน้าได้รู้จักคุณเก๋ และเพื่อนคนสนิท และได้มีการชักชวนให้มาร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม หลังจากนั้นก็ได้เปิดกิจการเมื่อช่วงมิถุนายน 2561
หลังจากนั้นก็ทราบว่ามีการแยกคลีนิกออกเป็นสองสาขา คือที่บางนากับรามอินทรา โดยตนเองสังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างระหว่างเพื่อนคนสนิทและและเก๋ คือจะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองคนจะสนิทกันมากถึงขนาดไว้ใจให้เป็นคนถ่ายภาพแนวเซ็กซี่ให้กับเก๋ และตั้งแต่เปิดกิจการมาก็ยังไม่ได้มีการชี้แจงเรื่องรายได้หรือประชุมผู้ถือหุ้นเลยซักครั้ง ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเริ่มสงสัยเรื่องการบริหารงาน จนมาเกิดเหตุสลดขึ้น
ผู้ถือหุ้นคนเดิม ระบุอีกว่า โดยตอนนี้อยากให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมด เนื่องจากมีความกังวลหลังจากที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวว่า เงินของเก๋ 14 ล้านหายไป เพราะเกรงว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นจะไม่ได้เงินในส่วนที่ตนเองลงทุนไปคืนมา โดยหลังจากที่งานศพของเก๋จบลง จะมีการพูดคุยกับทางพ่อแม่ของเก๋ซึ่งเป็นผู้สืบสายเลือดโดยตรง เพื่อสืบทรัพย์ว่าตอนนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่ ก็จะได้นำมาจัดสรรปันส่วนให้กับผู้ถือหุ้น
โดยส่วนตัวไม่ต้องการอะไรมาก แค่อยากได้เงินที่ลงทุนไปกลับคืนมา และก็อยากทราบถึงสาเหตุการฆ่าตัวตายของเก๋ด้วย เพราะทุกวันนี้ตนเองยังไม่เคยเห็นเอกสารการกู้ยืมต่างๆ และจดหมายที่มีการกล่าวอ้างกัน รวมถึงปัญหาระหว่างเก๋กับเพื่อนสนิทคนดังกล่าว อ้างว่าต่างคนต่างช่วยเหลือกัน จริงๆ แล้วสามารถพิสูจน์ได้ด้วยเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถหรือเรื่องเงิน



