
"กกต."พร้อมจัดเลือกตั้งรอลุ้นคสช.ปลดล็อคแค่ไหน
"กกต."ลั่นพร้อมจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน 11 ธ.ค.61-9 พ.ค.62 ปัจจัยหลักคือความพร้อมของพรรคการเมือง ต้องหาสมาชิก-ไพรมารี่ 90 วันก่อนวันรับสมัคร
13 กันยายน 2561 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ภายหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2561 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ (ส.ส.) พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้นับจากวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
เป็นผลให้ตามกฎหมายกกต.สามารถจัดการเลือกตั้งวันใดก็ได้ตั้งแต่เดือน 11 ธ.ค. 2561 - 9 พ.ค. 2562 ซึ่งจะครบ 150 วันตามกฎหมาย หากจัดในวันที่ 9 พ.ค. 2562 อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อย แต่การกำหนดวันเลือกตั้งต้องรอประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 53 โดยรัฐบาลต้องแจ้งคสช.ให้ทราบว่าคำสั่งหรือประกาศใดๆ ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมืองควรจะยกเลิกเพิกถอน เพื่อให้พรรคการเมืองได้ประชุมวางแผนเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่ากิจกรรมทางการเมืองรูปแบบใดจะสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ เพราะยังต้องรอประกาศคลายล็อคว่าจะผ่อนปรนกิจกรรมใดบ้าง
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ในระหว่างนี้ได้สั่งการไปที่กกต.จังหวัดให้เตรียมแบ่งเขตการเลือกตั้งภายใน 90 วันเพื่อให้พรรคการเมืองได้ทำระบบไพรมารี่ได้ถูกต้อง โดยกำหนดกรอบระยะเวลาต้องแล้วเสร็จไม่เกิน 55 วัน เนื่องจากต้องรับฟังการคิดเห็นจากพรรคการเมือง นักการเมือง และประชาชน ซึ่งกำหนดระยะเวลารับฟังความเห็นไว้ 10 วัน แต่จะต้องใช้เวลาจำนวนมากในการประมวลเรื่อง เพราะการแบ่งเขตเรื่องตั้งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าระยะเวลาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อนักการเมือง เนื่องจากระบบไพรมารี่สามารถทำได้ไปจนถึงวันประกาศรับสมัคร หากมีการคลายล็อคประกาศคำสั่งคสช.ฉบับที่ 53 การแบ่งเขตเลือกตั้งสามารถทำได้ทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันลงคะแนนเสียงกกต.จะมีการกำหนดเป็นวันที่ 24 ก.พ.หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ 9 หมื่นหน่วย การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด การเลือกตั้งในเดือน ก.พ.สามารถทำได้ แต่ปัจจัยคือพรรคการเมืองพร้อมหรือไม่
เนื่องจากการรับสมัครมีเงื่อนไขผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วันและผ่านการทำไพรมารี่ ซึ่งขณะนี้มีเพียงผู้ก่อตั้งพรรคเท่านั้นที่ถือเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่วันยื่นจดทะเบียน ในส่วนวิธีการตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร กกต.จะให้ผู้สมัครรับรองตัวเองต่อนายทะเบียน คนที่โกหกหรือปกปิดคุณลักษณะต้องห้ามจะมีโทษกำกับไว้ ส่วนขั้นตอนการทำไพรมารี่หากพรรคทำไม่ถูกต้องจะไม่กระทบต่อผู้สมัคร โดยกฎหมายกำหนดให้เฉพาะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบถูกดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า อาจมีความสับสนระหว่างการหาสมาชิกพรรคกับการหาเสียงว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า การหาเสียงจะทำได้ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งกกต.อยู่ระหว่างการร่างระเบียบให้สอดคล้องกับกฎหมาย ส่วนการหาสมาชิกเป็นการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง หลังคสช.คลายล็อคพรรคการเมืองสามารถติดป้ายประชาสัมพันธ์ชื่อพรรค หัวหน้าพรรคนโยบายพรรค เพื่อให้ผู้สนใจหรือผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันมาสมัครเป็นสมาชิก แต่ไม่สามารถเชิญชวนด้วยวิธีขัดต่อกฎหมาย เช่น รับปากว่าจะให้ผลประโยชน์ หรือโฆษณาว่าไม่ต้องเสียค่าสมาชิกพรรค ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีความชัดเจนเมื่อมีประกาศคสช.โดยจะทราบว่าจะเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้แค่ไหนเพียงใด
พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง สัปดาห์หน้าจะมีการนำสำนวนเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเข้าสู่การพิจารณาของกกต. หลังจากนั้นจะมีการประกาศรายชื่อ การอบรมคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ โดยจะแบ่งการอบรมเป็น 5 รุ่น ตามภาคทั้ง 5 ภาค
เลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า หลังพ.ร.ป.การได้มาซึ่งสว.มีผลบังคับใช้ กกต.กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาร่างระเบียบเรื่องการสรรหา สว. โดยที่ผ่านมามีการพิจารณาแล้ว 3 ครั้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินสัปดาห์หน้า โดยการสรรหาสว.ระบบใหม่จะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ อำเภอ, จังหวัด และประเทศ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดที่ถูกส่งมา กกต.จะจัดให้มีการคัดเลือก 200 คน แล้วนำรายชื่อเสนอคสช.คัดเลือกสว. 50 คน สำรองไว้อีก 50 คน อย่างไรก็ตาม การได้มาซึ่งสว.ครั้งนี้ ประชาชนจะไม่สามารถเลือกสว. แต่สามารถร่วมตรวจสอบได้ว่าผู้สมัครตามรายชื่อที่ประกาศมีคุณสมบัติตรงตามอาชีพหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ใน 10 กลุ่มอาชีพ โดยสามารถสมัครด้วยตัวเองหรือได้รับการเสนอชื่อโดยองค์กรวิชาชีพ



