
'พีท' ขอโอกาสขายลอตเตอรี่-ตร.เรียกสอบแฟนสาว
พีทวอนขอที่ยืนที่เดินขายหวย ด้านตำรวจออกหมายเรียกแฟนสาวเข้าให้ปากคำภายใน 15 วัน
สมุทรสาคร - 'พีท' ย้ำไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เตือนคนที่คิดทำถึงเป็นเรื่องเล่นๆ ขอให้คิดให้ดีก่อน วอนสังคมให้อภัย ให้มีที่ยืนที่เดินเป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ต่อไป ด้านตำรวจออกหมายเรียกแฟนสาวเข้าให้ปากคำภายใน 15 วัน
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 13 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือนายพีท พ่อค้าขายลอตเตอรี่ ภายในหมู่บ้านพฤกษา 42 เลขที่ 52/8 หมู่ที่ 4 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเมื่อไปถึงนั้นก็ได้พบกับนายธนวรรธน์ เจ้าของบ้าน ที่ได้ออกมาต้อนรับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่สดใสขึ้น และมีรอยยิ้มต่างจากหลายวันที่ผ่านมา โดยนายธนวรรธน์ ก็พร้อมที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชนด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายความตึงเครียดลงแล้ว
นายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือพีท บอกว่า หลังจากที่ได้รับอิสรภาพแล้วนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองก็เดินทางกลับมานอนพักที่บ้านหลังนี้ ส่วนงานที่ทำหลังจากเข้าบ้านแล้วก็คือมาตรวจสอบรายชื่อของลูกค้าที่สั่งลอตเตอรี่ไว้ โดยกลัวว่า ลูกค้าที่อยู่ไกลจะไปแจ้งความ เพราะคิดว่าตนเองจะบิดพลิ้วไม่ส่งลอตเตอรี่ให้ แล้วจะกลายเป็นเรื่องไม่ดีขึ้นมาอีก แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้มีความคิดที่จะบิดพลิ้วแต่อย่างใด ส่วนที่เกิดความล่าช้าไม่สามารถส่งให้ตามเวลาที่นัดหมายได้ ก็เนื่องมาจากเหตุผลตามที่ลูกค้าได้รับทราบกันแล้ว
นายพีท เล่าอีกว่า เมื่อคืนพอกลับมาถึงบ้าน ก็มีแม่ น้องสาว และหลาน เอาด้ายฝ้ายมาผูกข้อมือรับขวัญกลับบ้านตามความเชื่อของคนอีสาน โดยทุกคนก็ได้ให้กำลังใจว่า ให้ตนทำอาชีพต่อไปไม่ให้ย่อท้อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนเป็นกำลังใจให้สู้ ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะนำพวงมาลัยไปกราบขอโทษเฮียดำ ผู้ดูแลปั๊มน้ำมัน และเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาเอกชัย ด้วย แต่จะได้รับการให้อภัย และให้โอกาสกลับไปขายลอตเตอรี่ที่แผงเก่าอีกหรือไม่นั้น ก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของทั้ง 2 คน โดยส่วนตัวอยากจะเข้ากราบขอขมาก่อน เพื่อความสบายใจในสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนเดือดร้อนไปด้วย
อีกทั้งยังจะได้ไปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งประมาณ 7 วัน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าวัดไหนและวันใด เพราะอยากเข้าวัดแบบสงบ นอกจากนี้ยังจะกลับไปที่จังหวัดเลย เพื่อทำการขอโทษญาติพี่น้องที่ทำให้เดือดร้อน รวมถึงการขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อเช่นเดียวกัน และการเข้ากราบขอโทษครอบครัวของแฟนสาวด้วย แต่จะได้รับการให้อภัยหรือไม่ก็ต้องแล้วแต่ความเมตตาของผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับแฟนสาวนั้น พีทบอกว่า ตนเองยังไม่สามารถติดต่อกับแฟนได้โดยตรง ทุกวันนี้ถ้าจะติดต่อกันก็จะมีคนกลางเป็นคนติดต่อให้และก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย ขณะที่เรื่องของการใช้ชีวิตในอนาคตร่วมกันเป็นครอบครัวหรือแต่งงานกันนั้น คงยังเป็นเรื่องอีกไกลมาก ตนขอเพียงแค่ได้กลับมาทำหน้าที่พ่อค้าขายหวยให้ดีที่สุดก็พอ
สำหรับเรื่องที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าให้ปากคำเพื่อแจ้งความแฟนสาว พี่สาวแฟน และแฟนของพี่สาว ด้วยนั้น ตนเองก็ยังไม่ทราบในรายละเอียด และไม่รู้ว่าทุกคนจะเข้าให้ปากคำเมื่อไหร่ อย่างไร แต่ตนก็ขอยืนยันว่าทุกคนไม่เกี่ยวข้องด้วย
ด้านผู้สื่อข่าวได้ถามนายพีท ถึงบทเรียนราคาแพง 90 ล้าน จากสิ่งที่พีทบอกว่า เป็นเพียงแค่การทำเล่นๆ นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งนายพีท ก็บอกว่า เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดผลกระทบที่รุนแรงเช่นนี้ โดยส่วนตัวไม่ได้เจตนาที่จะทำให้ใครต้องเดือดร้อนไปด้วย และก็จะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนใครที่คิดจะทำอะไรแม้จะเป็นเรื่องเล่นๆ ก็ขอให้คิดให้ดีก่อน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นตนนั้นไม่กล่าวโทษใครและไม่โกรธใคร โทษตัวเองเพียงคนเดียว แต่ทั้งนี้ก็อยากจะขอเพียงแค่ให้สังคมและพี่ๆ สื่อมวลชนให้อภัย เพื่อให้ตนได้มีที่ยืนที่เดินเพื่อการทำอาชีพเป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ต่อไป โดยหลังจากนี้ก็จะไม่ไปออกรายการที่ไหนอีกแล้ว “ผมบ่ไป ผมเมื่อย”
ส่วนความคืบหน้าทางด้านคดีเกี่ยวกับการเรียกตัวนางสาวนงลักษณ์ โสดาจันทร์ อายุ 30 ปี แฟนสาวของนายธนวรรธน์ คำแหงผล พร้อมพี่สาวของแฟน กับ แฟนของพี่สาว เพื่อมาให้ปากคำที่ สภ.โคกขาม ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกบุคคลตามภาพรวม 3 คนนั้น ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ว่า
ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.อดุลชัย เผ่าพันธุ์ศร รอง ผกก.สอบสวน สภ.โคกขาม เป็นผู้รับผิดชอบการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ซึ่งได้ออกหมายเรียกแล้วโดยนับจากวันนี้ (13 ก.ย.61) ภายในระยะเวลา 15 วัน ให้มาเข้าให้ปากคำ แต่ถ้าไม่มาภายใน 15 วันตามระยะเวลาที่กำหนด ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และออกหมายจับ เป็นไปตามลำดับขั้นตอน
ขณะที่ในส่วนของนายอัจริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ได้มายื่นหลักฐานกับทางพนักงานสอบสวนนั้น ก็จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบและพิจารณาว่าจะออกหมายเรียกผู้ใดมาสอบปากคำได้อีกบ้าง เพราะเอกสารที่ทางนายอัจริยะ นำมามอบให้นั้น เป็นเอกสารลับไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากจะมีผลต่อรูปคดี
โดย ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล



